ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊ก "กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง" ได้โพสต์ภาพของซากเต่ามะเฟืองตัวหนึ่งมีรอยขนาดใหญ่ที่กระดอง คาดว่าเป็นร่องรอยจากใบจักรเรือ
ในเนื้อหาระบุว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก รับแจ้งจากกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กสวนสน พบซากเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ บริเวณร้านอาหาร ป้าแว่นซีฟู้ด โดยเป็นเต่าขนาดความกว้าง 79 ซม. ยาว 123 ซม. เพศเมีย อายุประมาณ 10 ปี ไม่พบหมายเลขไมโครชิพและแถบเหล็กระบุสัญชาติ สภาพซากเน่ามาก จากการตรวจสอบไม่พบขาหน้าด้านขวา พบรอยแผลขนาดใหญ่ 3 รอยบริเวณกระดองหลังส่วนต้น 2 รอยและกระโหลก 3 รอย มีลักษณะขนานกันในแต่ละรอย ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของร่องรอยที่เกิดจากใบพัดเรือ ทำให้ช่องลำตัวเปิดออก เมื่อสำรวจภายในพบว่าอวัยวะส่วนใหญ่ ย่อยสลายและสูญหายไปตามธรรมชาติ หลอดลมตีบ และมีเลือดออกในทางเดินหายใจ จากการพบลิ่มเลือดในหลอดลมปอดข้างซ้าย แสดงถึงการมีเลือดออกก่อนตาย รวมทั้งปอดมีลักษณะแดง แสดงถึงภาวะเลือดออกในเนื้อปอด ไต และกล้ามเนื้อมีสีซีด แสดงถึงภาวะการเสียเลือดอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังพบปื้นเลือดออกขนาดใหญ่ตามแนวกระดองที่แตกและบริเวณกระดูกสันหลัง
คาดว่าการถูกใบพัดเรือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดสำรวจทางเดินอาหารพบขยะพลาสติก 9 ชิ้น เป็นถุงพลาสติกเต็มใบ 2 ถุง ปากถุงขนาดใหญ่ 1 ชิ้น ถุงพลาสติกหุ้มขนมปัง 1 ชิ้น และเศษถุงพลาสติกอีก 5 ชิ้น อุดตันบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น แต่ไม่พบอาหารและอุจจาระเลยตลอดทางเดินอาหาร แสดงว่าเต่าไม่กินอาหารมาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบที่ได้รับจากขยะในทะเลหรือเป็นเหตุให้เต่ามะเฟืองกินขยะพลาสติก อย่างไรก็ตาม ยังพบเนื้อแมงกระพรุนในหลอดอาหารจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจะกำลังกินแมงกระพรุนอยู่ และโดนใบจักรเรือขณะกินแมงกระพรุน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ และตัวอย่างเนื้อเยื่อผิวหนังเพื่อตรวจสอบพันธุกรรมต่อไป
ทั้งนี้เต่ามะเฟืองเพิ่งจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สงวนเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา