ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกวัน นายประเสริฐ ชาว ต.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จะตระเวนมองหาต้นตาลที่ตัวเองจับจองไว้ เพื่อเก็บลูกตาลไปขาย พร้อมเล่าว่า ต่อสัปดาห์สามารถเก็บลูกตาลได้รวมกว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งตาลที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 70 บาท ทำให้มีรายได้มากถึงสัปดาห์ละ 7,000 บาท
โดยตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรรีนี้ เป็นนาผืนใหญ่ที่มีต้นตาลขึ้นรวมกันเบียดเสียดเหมือนป่าตาล และตาลทุกต้นมีเจ้าของ อย่างนายประเสริฐ ตอนนี้มีต้นตาลในที่นาตัวเองประมาณ 50 ต้น และเช่าต้นตาลจากพื้นที่คนอื่นอีกกว่า 20 ต้น จ่ายค่าเช่าเพียงต้นละ 200 บาท ต่อปี รายได้ที่ทำจากตาล จึงสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ แต่หากมีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์สายใต้ นั่นหมายถึง ที่นาของนายประเสริฐส่วนหนึ่งจะถูกสร้างเป็นถนน ต้นตาลที่มีหายไป รายได้จากการเก็บตาลจะหายไปด้วย
ทั้งนี้นายสงวน สีแจ้ เป็นเกษตรกรเก็บลูกตาลอีกคน แม้ตัวเองจะให้เวลาไปกับการทำนา ปรับหน้าดิน แต่รายได้หลักกลับได้มาจากการเก็บตาล ที่นาของนายสงวน ถูกโครงการมอเตอร์เวย์ตัดผ่านไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องเสียต้นตาลไปเกือบครึ่ง คือประมมาณ 50 ต้น และอาจต้องเลิกเก็บตาลเพราะการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ นายสงวนจึงเกิดคำถามต่อภาครัฐว่า ถ้าไม่สามารถขอให้ทบทวนโครงการ เพื่อเบี่ยงเส้นทาง รัฐจะชดใช้อย่างไร
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ หรือมอเตอร์เวย์สายใต้นี้ มี ระยะทาง 119 กิโลเมตร ช่วงปลายโครงการระยะทางราว 46 กิโลเมตรผ่าน อ.บ้านลาด เคยถูกคัดค้านมาแล้ว 1 ครั้ง ช่วงทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพราะถ้าให้ปลูกตาลขึ้นใหม่ต้องมีอายุ 20 ปี ตาลถึงจะเริ่มออกลูก ชาวบ้านจึงกังวลต่อการสูญเสียอาชีพที่สืบทอดกันมา
สุทธิกิตติ์ ปิยธีรภัทร ถ่ายภาพ
ภควัต โฉมศรี รายงาน