กรณีนักสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ โพสต์เรื่องราวของครูคนหนึ่งซึ่งเป็นครูสาวประเภทสอง ถูกประเมินผลงานไม่ผ่าน เพียงเพราะแต่งกายเป็นหญิง ขณะปฏิบัติหน้าที่
จนมีหนังสือแจ้งเตือนถึงความไม่เหมาะสมในการที่ครูชายแต่แต่งกายเป็นผู้หญิง โดยอ้างถึงระเบียบราชการ พระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2478 รวมถึงการไม่ประพฤติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครู ที่ต้องปฏิบัติตนเป็นครูทุกด้าน ตั้งแต่กิริยา การแต่งกาย วาจาและจริยธรรมที่เหมาะสมดีงาม
ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของโพสต์ ทราบว่าครูคนดังกล่าวชื่อ ครูบอล เป็นครูผู้ช่วยสอนโรงเรียนแห่งหนึ่ง จึงได้ติดต่อไปยังครูคนดังกล่าวได้ข้อมูลว่า สอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 วันแรกก็แต่งกายด้วยชุดข้าราชการเป็นแบบกางเกงไปรายงานตัว แต่ต่อมาได้แต่งกายตามเพศสภาพของตัวเอง คือ ใส่กระโปรงยาวคลุมเข่า สุภาพเรียบร้อย ส่วนผมที่ยาวก็ผูกรวบเรียบร้อย เพราะคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร แต่กลับถูกผู้บริหารโรงเรียนเรียกไปตำหนิให้เปลี่ยนการแต่งกายใหม่เป็นแบบผู้ชาย แม้จะพยายามอธิบายเพศสภาพของตัวเองก็ไม่ได้รับความเห็นใจ นำไปสู่การถูกหนังสือว่ากล่าวตักเตือนและปรับตกการประเมิน
กระทั่งมีการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ได้ผลคะแนนรวม 40.45 คะแนนจาก 100 คะแนน ถูกระบุว่า ไม่ผ่านการประเมิน หากการประเมินครั้งที่ 2 ตกอีก ก็จะถูกปรับให้ออกจากราชการ
นอกจากนี้ ครูบอล ยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเท่ากับเป็นการกดดันให้ต้องออกจากราชการ กว่าจะสอบบรรจุและได้ทำงานที่ตัวเองรักเป็นเรื่องยาก แต่จะต้องถูกให้ออกเพียงเพราะต้องการเรียกร้องสิทธิการแต่งกายตามลักษณะเพศสภาพของตัวเอง ถึงเป็นชายแต่จิตใจเป็นหญิง ก็่ไม่ทำให้งานเสีย อยากให้กรณีของตัวเองเป็นการจุดประกาย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะอยากให้สังคมมองที่ความรู้ความสามารถ และการกระทำของตัวบุคคลมากกว่าจะมองแค่เรื่องเพศสภาพ