ดีเอสไอ คาดออกหมายจับ คดี “บิลลี่ พอละจี” เร็วๆ นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การเปิดเผยของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่พบถัง 200 ลิตร พร้อมชิ้นส่วนกะโหลกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ จากแหล่งน้ำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดเผยว่า ทางดีเอสไอทำหนังสือมา 3 ข้อ และเลือกจุดค้นหาใต้สะพานแขวนแห่งแรกทันทีอย่างไม่ลังเล

สะพานแขวนที่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่กี่ร้อยเมตร กลายเป็นเส้นผมบังภูเขา ของการตามหาเบาะแสการหายตัวไปของบิลลี่ ซึ่งนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ช่วงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอพยายามลงพื้นที่ พยายามเก็บข้อมูลทางกายภาพของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดยเน้นไปที่แหล่งน้ำภายในเขตอุทยาน ก่อนที่จะพุ่งเป้าไปที่การค้นหาในพื้นที่ใต้สะพานแขวน และพบวัตถุพยานทั้งถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร เหล็กเส้น 2 ชิ้น เศษไม้ และชิ้นส่วนกะโหลกของบิลลี่

ประเด็นการหาสืบสวนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นายมานะ เปิดเผยว่า การทำงานของดีเอสไอเป็นไปในทางลับ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติส่งแค่ชุดปฏิบัติการเข้าสังเกตการณ์ ที่พบนักประดาน้ำ ยกถังน้ำมันและเหล็กเส้นขึ้นมาบนเรือ ก่อนลากขึ้นฝั่งและนำออกจากพื้นที่ทันที

ส่วนสะพานแขวน จุดที่พบหลักฐานทั้งหมด นายมานะ ระบุว่า ไม่ได้ถูกใช้งานมาหลายปีแล้ว โดยปิดกั้นไม่ให้คนข้ามไปยังเกาะกลางน้ำ เพราะสภาพสะพานที่ชำรุดหนัก ยังไม่ได้งบประมาณการปรับปรุง แต่ก่อนหน้านั้นมีการขึงลวดสลิงอยู่ค่อนไปทางสะพานฝั่งเกาะกลางน้ำ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ รายงานต่อนายมานะว่า ขอขยับเข้ามาฝั่งจุดกางเต๊นท์มากขึ้น เพราะพบไม้กระดานหลุดออกไปหลายแผ่น อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ เปิดเผยว่า ช่วงที่รู้ข่าวรู้สึกจุกอก แต่ไม่ขอเจาะจงว่าเป็นใครที่เป็นลงมือ โดยส่วนตัวยังสงสัยบุคคลเดิม แต่ไม่คิดมาก่อนเลยว่า จะเจอเศษกระดูกบิลลี่ใกล้กับที่ทำการอุทยาน แต่ต้องขอบคุณกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ค้นหาจนพบโครงกระดูก และเชื่อว่าเร็วๆ นี้ ดีเอสไอจะมีข่าวดีกับครอบครัวของบิลลี่

นางพิณนภา ยังประกาศสนับสนุนการออกร่างพระราชบัญญัติป้องกันซ้อมทรมาน-อุ้มหาย ให้สภาฯได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว เพื่อจะได้ปกป้องบุคคลที่สูญหายไปจากการต่อสู้เพื่อสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นทนายสมชาย นีละไพจิตร หรือนายเด่น คำแหล้ ที่หายไปในลักษณะเดียวกันกับบิลลี่

สำหรับความคืบหน้าทางคดี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่าขณะนี้แบ่งทีมทำงานออกเป็นสองชุด ชุดแรกทำงานเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และอีกชุดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตอนนี้ได้ส่งทีมทำงานลงไปเก็บข้อมูลหลักฐาน และสอบปากคำพยานใกล้ชิดของบิลลี่เพิ่มเติม

ส่วนข้อกังวลว่าพยานหลักฐานบางอย่างอาจสูญหายไปแล้ว เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นมานานเกือบ 5 ปี พ.ต.ท.กรวัชร์ ระบุว่าดีเอสไอได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดเหตุแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจว่าหลักฐานที่รวบรวมมีน้ำหนักพอที่จะเชื่อมโยงไปหาตัวผู้กระทำความผิดได้ โดยคาดว่าจะออกหมายจับได้เร็วๆ นี้

ส่วนข้อกังวลว่าคดีนี้อาจมีการตัดตอนผู้กระทำความผิด พ.ต.ท.กรวัชร์ ยืนยันว่าทุกอย่างมีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนแน่นอน โดยวันพรุ่งนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ จะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจภรรยาของนายบิลลี่ ที่บ้านโป่งลึก อ.แก่งกระจาน

ดีเอสไอคอนเฟิร์ม!! “บิลลี่ พอละจี” ตายแล้ว

ครอบครัว “บิลลี่” ถาม “ไปทำอะไรให้เจ็บปวดถึงขั้นเอาชีวิต

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ