ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่ได้รับความสนใจของประชาชนโดย นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวหาว่าจ้างวานฆ่า นายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 ซึ่งวันนี้ศาลชั้นต้นจังหวัดขอนแก่นนัดอ่านคำพิพากษา
ย้อนกลับไปช่วงเช้า นาย นวัธ เดินทางมาพร้อมกับทนายความและผู้ติดตาม ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่ฝ่ายของผู้เสียชีวิต มีนางลำดวน โคตรทุม ภรรยาเดินทางมา แต่ไม่เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา มีเพียงบุตรสาวเข้ารับฟังแทน โดยทั้งหมดปฏิเสธการให้สัมภาษณ์
ศาลใช้เวลาอ่านคำตัดสินประมาณ 40 นาที โดยพิเคราะห์ข้อเท็จจริงว่า คดีนี้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ รับฟังได้ว่ามูลเหตุในการฆ่าผู้ตายมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภริยาจำเลย
ส่วนปัญหาจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ศาลเห็นว่าในความผิดฐานใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นกระทำความผิดนั้น ผู้ที่จะใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ได้ลงมือเอง ก่อนกระทำความผิดจะต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อตัดตอนให้ตนเองห่างจากผู้ลงมือเพื่อปกปิดการกระทำความผิดไว้ เพื่อมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดล่วงรู้ เพราะเกรงภัยจะมาสู่ตนได้โดยง่าย จึงยากที่จะหาประจักษ์พยานที่จะรู้เห็นได้ การจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่จะต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อม
ในคดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วม มีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล ขับรถยนต์พา พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม จำเลยที่ 1 และ 2 ไปพบนายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 ไปบ้านของนายนวัธเป็นเวลานาน
ก่อนที่ด.ต.วีระศักดิ์ขับรถพาพ.ต.ท.สมจิต และ นายประพันธ์ผ่านหน้าบ้านผู้ตายแล้วขับกลับมาส่งนายประพันธ์ที่หน้าบ้านของนายนวัธ
นอกจากนี้ ยังปรากฏว่าช่วงก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมจิต ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกับ นายนวัธ จริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงพิพากษาลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 75 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พ.ค. 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม
ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ ตำรวจศาลนำตัว นายนวัธ ไปยังห้องควบคุมตัวด้วยสีหน้าค่อนข้างเครียด โดยทีมทนายความฝ่ายจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 8 ล้านบาท ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
ล่าสุดศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายนวัธ เพราะจำเลยมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนีคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนวัธไปฝากขังที่เรือนจำขอนแก่น คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.) ญาตินายนวัธคงยื่นขอประกันตัวใหม่อีกครั้งด้วยหลักทรัพย์ค้ำประกันที่สูงกว่าเดิม
ด้านฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิต ต่างร้องไห้ด้วยความรู้สึกขอบคุณศาลที่ตัดสินให้จำเลยได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ซึ่งทันทีที่ออกจากศาลก็ได้เดินทางไปยังวัดศรีจันทร์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของนายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น เพื่อจุดธูปบอกกล่าวว่าคนร้ายได้รับโทษสูงสุดแล้ว
หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เพราะยังเป็นศาลชั้นต้น และจำเลยมีโอกาสที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลอุธรณ์และศาลฎีกาอีก
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า นายนวัธ ยังไม่พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.เพราะใช้สิทธิขออุทธรณ์ จึงทำให้คดียังไม่ถึงที่สุด และแม้จะไม่ประกันตัวและถูกคุมขัง ก็ไม่มีผลกับสมาชิกภาพ ส.ส.
นายชูศักดิ์ ให้ความเห็นทางกฎหมายหลังศาลไม่ให้ประกันตัวนายนวัธเพิ่มเติมว่า ลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 วงเล็บ 6 ที่ระบุว่า “ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล” เป็นคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง แต่เมื่อนำมาใช้กับ ส.ส. ยังต้องตีความคำว่า “ต้องคำพิพากษา” ว่าหมายถึงคำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่
วางมวย !! ส.ส.เพื่อไทย “นวัธ” พาลูกน้องล็อค “ยุทธพงศ์” ถึงห้องหน.พรรค