เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายภูมิภาฑิต นิตยารส หรือ เหม อายุ 31 ปี ดาราและพิธีกรหนุ่มฆ่าตัวตายอยู่บริเวณระเบียงหลังห้อง แฟนของนายภูมิภาฑิต บอกว่า เมื่อเวลา 16.46 น. วานนี้ (25 ก.ย.) เพิ่งตื่นนอน และจะมาทำธุระที่ห้องน้ำก็หันไปเจอร่างแฟนหนุ่มเสียชีวิต โดยแฟนของ เหม เล่าว่า เหมมีปัญหาเกี่ยวกับการเงิน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง และเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนหน้านี้เคยเขียนจดหมายลาตายมาแล้ว
ก่อนเสียชีวิต เหม ภูมิภาฑิต ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวและทวิตเตอร์ซึ่งเป็นสัญญาณหลายข้อความ โดยโพสต์สุดท้ายเป็นภาพข้อความภาษาอังกฤษว่า "This world is full of broken things: broken hearts, broken promises, broken people" หมายความว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่แหลกสลาย: หัวใจที่แหลกสลาย คำสัญญาที่แหลกสลาย และคนที่แหลกสลาย
หลังจากเกิดเหตุ บรรดาเพื่อนๆ นักแสดง ต่างโพสต์ข้อความไว้อาลัยกันเป็นจำนวนมาก โดย ดีเจต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ เปิดเผยว่า รู้อยู่แล้วว่าเหมเป็นโรคซึมเศร้า เพราะว่าเราทำงาน พิธีกรมาด้วยกันหลายปี รู้สึกแปลกๆ แล้วว่าน้องคงมีปัญหาอะไรสักอย่าง พอวันนี้มารู้ว่าข่าวเราก็ตกใจช็อก
สำหรับ “เหม ภูมิภาฑิต” เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 ที่จังหวัดมหาสารคาม เข้าสู่วงการบันเทิงจากการถ่ายคลิปวีดีโอบู๊ลงในโลกออนไลน์ จากนั้นกทางกันตนาได้เรียกคัดตัวและมีผลงานการแสดงและพิธีกรเรื่อยมา หนึ่งในคือการเป็นดารารับเชิญในละครเรื่อง "ฝ่าดงพยัคฆ์" ของค่ายกันตนา ทาง พีพีทีวี ซึ่งกำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้
กรณีการฆ่าตัวตายตายนั้น เราช่วนกันป้องกันได้โดยสังเกตอาการคนรอบตัว โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ซึ่งมี 5 สัญญาณเตือนที่พอจะบ่งชี้ได้ว่าเขาเหล่านั้นเสี่ยงฆ่าตัวตาย ได้แก่
1.โพสต์ข้อความสั่งเสียเป็นนัย ๆ เช่น ขอบคุณ ขอโทษ ลาก่อน
2.โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ความตาย ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว
3.โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน
4.โพสต์ข้อความว่า รู้สึกผิด ล้มเหลว หมดหวังในชีวิต
5.โพสต์ข้อความว่า เป็นภาระของผู้อื่น
ส่วนสาเหตุและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายนั้น กระทรวงสาธารณสุข เคยออกมาให้ข้อมูลว่า ในปี 2561-2562 สาเหตุและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฆ่าตัวตาย ได้แก่ ความสัมพันธ์ 53.04% สุรา 29% โรคทางกาย 25.7% เศรษฐกิจ 19% โรคทางจิต 12% และโรคซึมเศร้า 7.8%
ปัญหานี้เราสามารถช่วยได้โดยการปฐมพยาบาลทางจิตใจ ด้วยหลัก 3 ส. คือ
1.สอดส่อง มองหา ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือผู้ที่มีการส่งสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตาย
2.ใส่ใจรับฟัง ด้วยความเข้าใจ ชวนพูดคุย ให้ระบายความรู้สึก ไม่ตำหนิหรือวิจารณ์ โดยการรับฟังอย่างใส่ใจนั้นเป็นวิธีการสำคัญที่มีประสิทธิภาพมาก
อย่างไรก็ตามีสิ่งที่ควรระมัดระวังและไม่ควรทำ เช่น พูดให้กำลังใจง่าย ๆ ว่า สู้ สู้ หรือ แล้วทุกอย่างจะดีเอง หรือไปพูดท้าทาย ข่มขู่ หรือทำให้เขารู้สึกผิด
สุดท้าย คือ 3.ส่งต่อเชื่อมโยง เช่น การแนะนำให้ โทร.ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง.