เมื่อถูกนักข่าวถามว่า ผู้นำสหรัฐฯกดดันให้เขารื้อคดีทุจริตที่โยงใยถึงนาย โจ ไบเดน และลูกชาย หรือไม่ นายเซเลนสกีก็ตอบชัดเจนว่า ตนไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ส่วนการพูดคุยทางโทรศัพท์นั้น เป็นการคุยกันตามปกติในหลายๆเรื่อง ซึ่งทุกคนคงจะได้อ่านบทสนทนากันหมดแล้วว่าไม่มีใครบีบบังคับตน
การพบกันครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากทำเนียบขาวเผยแพร่รายละเอียดบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์และเซเลนสกี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประกาศเริ่มกระบวนการไต่สวน เพื่อถอดถอนทรัมป์จากตำแหน่ง ฐานขอความช่วยเหลือจากต่างชาติ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
โดยในบทสนทนาดังกล่าว ทรัมป์แนะให้รัฐบาลยูเครนสอบสวนคดีทุจริตของลูกชาย นายโจ ไบเดน สมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งอาจเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งจากทรัมป์ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีหน้า
ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ประธานาธิบดีจะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง หากมีพฤติกรรมเข้าข่ายทรยศชาติ รับสินบน ก่ออาชญากรรมรุนแรง หรือมีความผิดทางอาญา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังยืนกรานว่าตนไม่ได้กระทำความผิดใดๆ