รวมคดีหลอกสาวแต่งงาน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีหญิงชาวบุรีรัมย์ร้องทุกข์กับเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมให้ช่วยเหลือหลังถูกชายวัย 50 ปี อ้างตัวเป็นเศรษฐีหมื่นล้านหลอกแต่งงานแล้วทิ้งหนี้ค่าจัดงานเลี้ยงแต่งงานให้ชดใช้เป็นเงินกว่า 3.5 ล้านบา ล่าสุดเจ้าของโรงแรม รวมทั้งแม่ของฝ่ายหญิงได้ออกมาเรียกร้องให้ชายคนดังกล่าวออกมาแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ก่อไว้

หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวกรณีดังกล่าวออกไป เมื่อวานนี้ นายวสันต์ เทพนคร เจ้าของโรงแรม “อัลวาเรซ”ในจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ทางโรงแรมได้รับจัดงานแต่งให้กับคู่บ่าวสาวคู่ดังกล่าวจริง  โดยทั้งคู่บ่าวสาวได้มาติดต่อกับพนักงานฝ่ายขายของทางโรงแรมว่า ต้องการจะจัดงานแต่งงานในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562  โดยฝ่ายเจ้าบ่าวระบุว่า เป็นนักธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องบินเช่าเหมาลำไทย-ฮ่องกง แต่ไม่ได้จ่ายเงินมัดจำไว้ อ้างว่ารอเงินจากหุ้นส่วนที่จะโอนมาให้ เมื่อเสร็จงานแล้วจะเคลียร์ให้  ทางพนักงานฝ่ายขายจึงหลงเชื่อตกลงจัดสถานที่ และอาหาร ในงบประมาณทั้งหมดเกือบ 400,000 บาท

ส่วนบริเวณออร์แกไนซ์เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว วงดนตรี และดอกไม้ในการจัดงานก็จัดหามาจากกรุงเทพฯ ทั้งหมด  เจ้าของโรงแรมยอมรับว่าเป็นงานแต่งที่หรูหราอลังการงานหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นคนมีฐานะจึงจะจัดงานใหญ่แบบนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะเกิดปัญหาขึ้นตามมา จนกระทั่งเสร็จงานพนักงานไปสอบถามค่าสถานที่และอาหารจัดงานกับทางเจ้าบ่าวหลายครั้งแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและปิดโทรศัพท์หนี พนักงานจึงได้ติดต่อไปทางฝ่ายเจ้าสาว จึงทราบปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นเจ้าสาวก็พาแม่มาพูดคุยที่โรงแรม ขอร้องไม่ให้เอาเรื่อง  โดยรับปากว่าจะผ่อนจ่ายค่าเช่าสถานที่และอาหารในการจัดงาน  ด้วยความเห็นใจและสงสารจึงยอมให้ผ่อนชำระ ซึ่งฝ่ายหญิงได้นำเงินมาจ่ายให้ก่อนเบื้องต้นจำนวน 80,000 บาท  ส่วนที่เหลือบอกว่าจะทยอยหามาให้จ่ายให้จนครบ

ขณะที่แม่ของพริตตี้สาวที่ได้รับความเสียหายซึ่งกำลังดูแลยายที่ป่วยติดเตียง เล่าว่า พ่อแม่และครอบครัวไม่ทราบละเอียดของการจัดงานเลย ถึงวันก็ไปร่วมงานในฐานะครอบครัวของเจ้าสาวเท่านั้น  

โดยในวันแต่งงานทางฝ่ายชายก็ได้วางสินสอดใส่พานเป็นเช็คเงินสดจำนวน 1.6 ล้านบาทก็มีญาติพี่น้องเห็นกันหลายคน  แต่หลังเสร็จงานก็ไม่รู้ว่าเช็คเงินสดอยู่กับใครหรือหายไปไหน  กระทั่งมาทราบภายหลังว่าทางฝั่งเจ้าบ่าวไม่ยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งที่มียอดสูงถึง 3.5 ล้านบาท 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เชื่อว่าน่าจะมีเจตนามาหลอกให้ลูกสาวแต่งงานตั้งแต่แรก  เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่เบี้ยวค่าจัดงานแต่งแบบนี้  และหากเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบ  ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าจัดงานแต่ง

แม่พริตตี้สาวยังบอกอีกว่า  ก่อนที่ฝ่ายชายจะมาขอลูกสาวแต่งงาน  ทางครอบครัวเคยเห็นหน้าฝ่ายชายเพียงครั้งเดียว  คือวันที่มางานศพของตา  หลังจากนั้นลูกสาวก็มาบอกว่าฝ่ายชายขอแต่งงาน  ทำให้คนในครอบครัวไม่มีใครรู้ประวัติของฝ่ายชายเลยว่าเป็นใครมาจากไหน  แค่ลูกสาวมาเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนมีฐานะก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงก็ไมได้ไปถามอะไรมากเพราะในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ดีใจที่ลูกได้แต่งงานแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ด้านเพื่อนของหญิงสาวผู้เสียหาย เปิดเผยผ่านรายการโชว์ข่าว 36 เมื่อเช้าวันนี้ว่า ที่ต้องออกมาช่วยเปิดเผยเรื่องนี้เพราะสงสารเพื่อน เธอเป็นคนดีช่วยเหลือดูแลครอบครัวมาตลอดแต่กลับต้องมารับหนี้สินทั้งที่ไม่ได้ก่อขึ้น ซึ่งในช่วงนั้นไม่ได้สังเกตพฤติกรรมของฝ่ายชายแต่ก็มีสงสัยเรื่องบุคคลที่เขาอ้างถึง

ส่วนนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความที่รับเรื่องร้องทุกข์จากฝ่ายผู้เสียหาย กรณีที่เกิดขึ้นนั้นถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีการแอบอ้างว่ารวยมีเงินมีทองทั้งที่ไม่เป็นความจริงก็อาจเข้าข่ายการฉ้อโกงได้ ส่วนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้นผู้ให้บริการจัดการแต่งไม่ว่าจะเป็นบริการด้านใดสามารถฟ้องร้องให้ชำระหนี้ที่ติดค้างกันอยู่ได้เต็ม ๆ ส่วนฝ่ายหญิงก็ต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อจากฝ่ายชายได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ