หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติยกเลิกการใช้สารเคมีภาคเกษตร 3 ชนิด คือ 1.พาราควอต 2.ไกลโฟเซต 3.คลอร์ไพริฟอส ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่มีการชี้แจงจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาว่าจะใช้สารเคมีชนิดไหนทดแทนสามสารที่ได้ทำการแบนไป
วันที่ 24 ต.ค.2562 นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ แห่งมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวถึงวิธีการที่จะนำมาใช้แทน 3 สารเคมีเกษตร ว่า สำหรับวิธีการที่จะปรับเปลี่ยนในกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยกลุ่มที่ 1 เกษตรกรที่ปลูกพืชพาณิชย์ หรือพืชเชิงเดี่ยวนั้น เราจะเสนอหาวิธีการทดแทนการใช้สารเคมี โดยใช้นวัตกรรมทางเลือกในการควบคุมวัชพืช ซึ่งมี 3 ทาง คือ
วิธีที่ 1 การใช้เครื่องมือกลทางการเกษตร ซึ่งคนส่วนใหญ่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะใช้กันอยู่แล้ว เครื่องตัดหญ้า รถไถ่ แต่ก็ต้องมาประเมินว่ามีพื้นที่เท่าไหร่ อย่างไร
วิธีที่ 2 การปลูกพืชคลุมดิน เป็นการช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับดินและช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของวัชพืช
วิธีที่ 3 การจัดระบบการปลูกพืช ปลูกพืชสลับตามแนวระดับ เช่น กรณียางพารา ก็ปลูกผสมผสานได้ อย่างตอนอายุน้อยก็ปลูกพืชอาหารระหว่างแถวได้
กลุ่มที่ 2 การปรับไปสู่เกษตรกรรมอินทรีย์ หรือเกษตรยั่งยืน ซึ่งมากกว่าการใช้วิธีการทดแทน เพราะต้องลดเลิกใช้ปุ๋ยเคมี โดยกลุ่มนี้คงทำไม่ได้ทันที ต้องค่อยๆ โต ซึ่งมีเป้าในการดำเนินการทำงานอยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขณะนี้เตรียมหารือกับทางกระทรวงเกษตรฯ ในการหามาตรการมาช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน
“ขณะนี้กำลังขอดูฐานข้อมูลก่อนว่า พื้นที่ปลูกมีเท่าไหร่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ต้องมีข้อมูลที่ตรงจริงๆ เราต้องมาดูว่าคนใช้สารเคมีกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างจ.สงขลา ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำข้อมูลพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางใช้สารเคมี 11 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ใช้เครื่องตัดหญ้าและวิธีการอื่นที่ไม่ใช่สารเคมี ดังนั้น ต้องขอข้อมูลภาพรวมก่อนว่า มีพื้นที่ใช้อย่างไร และจะได้ประเมินงบประมาณในการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม ซึ่งงบประมาณตรงนี้ควรเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ส่วนที่มาของงบฯจะมาจากไหนต้องมาคุยกัน” นายวิฑูรย์ กล่าว