นายโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงชื่อดัง แถลงประณามรัฐบาลฮ่องกงที่ตัดสิทธิ์ตนจากการลงสมัครชิงชัยในศึกการเลือกตั้งสภาเขตที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้า โดยระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียวที่ถูกสั่งห้ามลงชิงชัยในศึกการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการการเลือกตั้งของฮ่องกง ประกาศว่า การเสนอชื่อนายหว่อง วัย 22 ปี เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตถือเป็นโมฆะ ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงให้เหตุผลการตัดสิทธิ์นักเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงรายนี้ว่า ผู้ลงสมัครไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องได้
ในวันเดียวกันนี้ นางแคร์รี แลม ผู้นำฮ่องกงเปิดเผยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของของเขตบริหารพิเศษแห่งนี้มีแนวโน้มขยายตัวติดลบทำสถิติตลอดทั้งปี 2018 หลังจากได้รับผลกระทบจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติในเร็ววัน
ถ้อยแถลงของผู้นำฮ่องกงมีขึ้นก่อนการเปิดเผยตัวเลขประมาณการของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ไตรมาส 3 ประจำปี 2019 ในวันพฤหัสบดี ซึ่งคาดการณ์ว่าจะแสดงให้เห็นว่า ฮ่องกงกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค จากการที่เศรษฐกิจโตติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน
นางแลมระบุว่า รัฐบาลเพิ่มงบประมาณอัดฉีดในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือกว่า 7 หมื่น 7 พันล้านบาท ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งในภาคการขนส่ง การท่องเที่ยวและภาคธุรกิจค้าปลีกแล้ว
โดยในส่วนของภาคการท่องเที่ยว รัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศจ่ายเงินอุดหนุน 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 385 ล้านบาท) ให้แก่บริษัทนำเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ ไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาฮ่องกงมากขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากเงินอุดหนุนดังกล่าวเน้นไปที่บริษัทนำเที่ยวมากกว่าตัวนักท่องเที่ยว
ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก โดยปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 30 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม การประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงที่ยืดเยื้อนานกว่า 5 เดือน และหลายครั้งลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรงหลาย ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยล่าสุดทางการฮ่องกงคาดว่า ตัวเลขนักเดินทางที่มาเยือนฮ่องกงในเดือนตุลาคม จะปรับตัวลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์