กลุ่มชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ทยอยเดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว พร้อมเอกสารสิทธิ์ใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งออกหน่วยเคลื่อนที่
หลังประกาศให้ให้ราษฎร ที่ทำประโยชน์ในที่ดิน ที่ยังไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และที่ดินไม่อยู่ในเขตที่สาธารณประโยชน์ในพื้นที่หมู่ 6 มาแสดงตัว เพื่อชี้จุดครอบครองให้กรมที่ดินทราบ โดย น.ส.ปารีณีที่ครอบครองพื้นที่เขาสนฟาร์ม 1 อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องมาแสดงตัวด้วย แต่วันนี้ น.ส.ปารีณาไม่ได้เดินทางไป
โครงการนี้เรียกการสำรวจข้อมูลพื้นที่ตกค้างการสำรวจ ส.ป.ก.ราชบุรี กำหนดแผนดำเนินการ 4 อำเภอคือ อำเภอจอมบึง อำเภอบ้านคา อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอปากท่อ
และที่เห็นอยู่นี้เป็นเอกสารสำคัญที่ทีมข่าวพีพีทีวีได้จากชาวบ้านรายหนึ่ง แสดงเลขที่ ส.ป.ก.ที่รังวัดไปแล้ว
ในกรอบสีเหลืองคือเขต ส.ป.ก.ขีดแบ่งแนวรอบเขาสน ขวาคือฝั่ง อ.จอมบึง จุดที่ไม่พบเลขรังวัด ส.ป.ก. คือพื้นที่ฟาร์มไก่ทั้งหมดและติดถนนหมายเลข 3208 โดยพื้นที่ไม่เคยถูกรังวัดมาก่อน ไม่มีเอกสารใช้ประโยชน์ ส.ป.ก.
ทีมข่าวพีพีทีวีพยายามติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร ส.ป.ก.ราชบุรีเพื่อขอข้อมูลว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่เข้าไปรังวัดพื้นที่ในการครอบครองของตระกูลไกรคุปต์ ขณะที่ี่พื้นที่โดยรอบของชาวบ้าน ต่างมีเลขรังวัดหมดแล้ว แต่ไม่มีใครให้ยอมชี้แจง
อีกความเคลื่อนไหววันนี้ที่ อบต.รางบัว เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เข้าไปขอข้อมูลการเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภ.บ.ท.5 ของฟาร์มไก่ น.ส.ปารีณา เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับจำนวนแปลงที่ น.ส.ปารีณายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไว้กับ ป.ป.ช.
โดย น.ส.ปารีณา ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.ว่าครอบครองที่ดินไว้ 57 แปลง รวม 1,706 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัวทั้งหมด ซึ่งพิกัดตรงกับที่ที่ไม่มีตัวเลขรังวัด ส.ป.ก. ก่อนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ฟาร์มเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.เผยสั้นๆ ว่า เป็นการทำงานปกติของ ป.ป.ช.ที่ต้องหาข้อเท็จจริงของทรัพย์สินว่าตรงตามยื่นไว้หรือไม่ และทำเช่นนี้ักับทุกๆ คน
ส่วนการลงพื้นที่รังวัดของชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน และลงตรวจสอบอีกรอบ เมื่อวานนี้
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ออกมายืนยันว่า วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม กรมป่าไม้จะส่งฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ให้ดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ฐานแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ที่ห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ
นายอรรถพลเผยด้วยว่า ผลรังวัดรอบ 2 พบพื้นที่ฟาร์มไก่บุกรุกป่าลดลงแค่ 1 งาน เหลือ 46 ไร่ 1 งาน 40 ตร.ว.เป็นที่ได้ข้อสรุปร่วมกันระหว่างกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก
โดยพื้นที่บุกรุก 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีแบ่งเป็น เนื้อที่ 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา อยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา
ซึ่งต่างจากการรังวัดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ 31 ไร่ 12 ตารางงวา และอยู่ในพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ อีก 15 ไร่ 2 งาน 36 ตารางวา รวมเป็น 46 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา
ซึ่งการวัดครั้งที่สองพื้นที่บุกรุกลดลง 1 งาน ขณะที่ตัวเลขการบุกรุกเขตป่าสงวนฯ เพิ่มขึ้น
และระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าป่าไม้วานนี้ มีทีมงาน น.ส.ปารีณาคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา และสามทุ่มเมื่อวาน มีตัวแทน น.ส.ปารีณา ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทั้งหมดฐานบุกรุก โดยอ้างว่าเข้าไปในเขตฟาร์มไก่โดยไม่มีหมายค้น
ประเด็นนี้นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ระบุว่า การกล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ว่าบุกรุก อาจจะกลายเป็นการแจ้งความเท็จ เนื่องจากที่ดินที่ น.ส.ปารีณาถือครอง ไม่มีเอกสารใช้ประโยชน์ใดๆ
ส่วนกรณีที่เลขาธิการ ส.ป.ก.ให้ข่าวว่าการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ของ น.ส.ปารีณาไม่มีความผิด นายวีระระบุ ได้ร้องทุกข์ตำรวจ สภ.จอมบึง ให้ดำเนินคดีสำนักงาน ส.ป.ก.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้ว
ส.ป.ก.ยัน ฟาร์มไก่“เอ๋ ปารีณา” ล้ำเข้าในแนวเขตป่าสงวน
ลุยตรวจที่ดิน “ปารีณา” พบโรงเลี้ยงไก่-เล้าเป็ด 46 ไร่รุกป่าสงวนฯ
“วีระ” ยัน “เอ๋ ปารีณา” รุกป่าสงวน หวั่น “ธรรมนัส” ช่วยพ้นอาญา