นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ตามมาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นวันแรก ผ่านเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com ตั้งแต่ช่วง 08.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นมาตรการช่วยลดภาระให้คนอยากมีบ้าน 50,000 บาทต่อรายแก่ประชาชน 100,000 รายแรก ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจจะนำไปเป็นค่าดาวน์บ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในบ้าน และใช้เติมเงินเพื่อใช้จ่ายในโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ก็ได้
คุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการ คือ 1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย ตามฐานข้อมูลของกรมการปกครอง 2. อยู่ในระบบฐานภาษี มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี 3. เป็นผู้กู้หรือผู้กู้หลักกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ 4. ผู้กู้ต้องซื้อที่อยู่อาศัยใหม่จากผู้ประกอบการ 5. และได้รับอนุมัติสินเชื่อและจดทะเบียนนิติกรรมจำนองระหว่างวันที่ 27 พ.ย.2562 - 31 มี.ค. 2563 ซึ่งภายหลังได้รับการยืนยันจากระบบของกระทรวงการคลังว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการแล้วระบบจะส่งข้อมูลยืนยันมาให้ ธอส. โอนเงินให้แก่ประชาชนผ่านระบบพร้อมเพย์ตามบัญชีที่ผูกกับหมายเลขประจำตัวประชาชนต่อไป
สำหรับวิธีการลงทะเบียนร่วมโครงการ
1. ให้ผู้กู้เข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com (1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์)
2. รอผลการตรวจสอบประมาณ 3 วัน กรณีที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติของโครงการฯ จะได้รับ SMS ครั้งที่ 1
3. ให้นำมาแสดงกับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาคำขอกู้ พร้อมเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ประกอบการจัดสรร ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563
4. เมื่อผู้กู้ได้รับอนุมัติ และทำนิติกรรมจำนอง พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 27 พ.ย. 62 - 31 มี.ค. 63 สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลเข้าระบบ
5. จากนั้น ธอส. และสถาบันการเงินอื่น ๆ ส่งข้อมูลผู้กู้หลัก เพื่อตรวจสอบด้านคุณสมบัติการขอสินเชื่อ หลังจากจดทะเบียนนิติกรรม พร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว จะได้รับ SMS ครั้งที่ 2 ถือเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน 50,000 บาท
6. หลังจากนั้น ธอส.จะโอนเงินจำนวน 50,000 บาท ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผู้กู้ได้ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
นอกจากนี้ยังสามารถรับสิทธิประโยชน์อื่นที่รัฐบาลมอบให้เพิ่มเติม ทั้งการลดค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% และยังมีสิทธิ์ได้รับมาตรการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 2.5% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรกของ ธอส. อีกด้วย