สหรัฐอเมริกากับอิหร่านตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกันมานานแล้ว รวมถึงมีความขัดแย้งกันตั้งแต่ระบบการปกครองไปจนถึงการทำสงครามตัวแทนในประเทศต่างๆ ทำให้มีปัจจัยประกอบจำนวนมากก่อนดำเนินมาถึงการสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน โดย ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำสาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว พีพีทีวี ถึงสาเหตุที่สหรัฐฯ ตัดสินใจสังหารนายพลโซเลมานีว่า เป็นเพราะนายโซลามานีผู้นำที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมสังหารผู้บริสุทธิ์ รวมถึงผู้นำทางทหารและนักการฑูตของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าการสังหารผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน เป็นการยับยั้งสงครามนั้น ศ.ดร.จรัญ มองว่าเป็นเหตุผลที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน ขณะที่ตัวของ ทรัมป์ ก็มีปัญหาด้านความเชื่อมั่นอยู่เดิม และสภาคองเกรสเองก็คัดค้านการตัดสินใจครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ไม่ว่าเหตุผลของสหรัฐฯ จะชอบธรรมหรือไม่ ศ.ดร. จรัญ การสังหารผู้บัญชาการกองกำลังอิหร่านจะนำไปสู่ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ เพราะโซเลมนีถือเป็นคนใกล้ชิดของ อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดอิหร่าน ซึ่งอิหร่านก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยวิธีเหมาะสม
แต่ถึงกระนั้น กรณีที่มีการคาดการณ์ว่า อิหร่าน จะตอบโต้โดยไม่คิดถึงชีวิตประชาชนนั้น ศ.ดร.จรัญ ยืนยันว่าไม่ใช่ความจริง เนื่องจากอิหร่านถือเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมักทำสงครามเพื่อป้องกันเท่านั้น
เช่นเดียวกับกระแสวิตกกังวลว่า เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบหรือสงครามโลกครั้งที่สามหรือไม่ ศ.ดร. จรัญ อธิบายว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศก็ย่อมจะเกิดกระแสเหล่านี้ขึ้น ซึ่งในข้อเท็จจริง ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะต้นทุนของสงครามมีราคา มีความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ความขัดแย้งจะยังคงมีอยู่อย่างแน่นอน