พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจปราบปราม นำกำลังทั้งจากกองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง รวมกว่า 100 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 8 ชุด 8 เป้าหมาย พร้อมหมายค้นและหมายจับจากศาลจังหวัดตรัง เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานชัดเจนว่า พัวพันกับคดีคนร้าย 2 คน สวมไอ้โม่ง ใช้อาวุธปืนพกสั้น และอาวุธปืนสงคราม ชนิดอาก้า ยิงถล่มนายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง จนเสียชีวิตคารถ และนางอำภา กลับขันท์ อายุ 54 ปี ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย ซึ่งเป็นลูกจ้างได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 ธันวาคมมา 2562 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้น และหมายจับเข้าค้นเป้าหมาย รวม 3 พื้นที่ ประกอบด้วย อ.จุฬาภรณ์ , อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน ทั้งเป็นบ้านและเครือข่ายของกำนันดัง ชาว อ.จุฬาภรณ์ ซึ่งจากการสืบสวนและหลักฐานเชื่อมโยงพบว่า คนร้ายทั้ง 2 คน เป็นคนของซุ้มกำนันดังกล่าว และบ้านเป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลผู้จ้างวาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในเบื้องต้นยกแก๊ง รวม 8 คน ประกอบด้วย กำนันดังเจ้าของซุ้มมือปืน มือปืน 2 คน ผู้จ้างวานอีก 1 คน รวมทั้งผู้ร่วมทีมสังหารที่ทำหน้าที่ต่างๆ โดยขณะนี้ทางตำรวจได้ทยอยนำตัวผู้ต้องหาบางคนมาสอบสวนขยายผลที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจปราบปราม ได้ร่วมแถลงข่าวยุทธการประชาชนอุ่นใจ ไร้ภัยคนพาล ด้วยการระดมกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา และผู้ร่วมขบวนการในคดีนี้ รวมทั้งสิ้น 7 คน ตามหมายจับของศาล จ.ตรัง
โดย นายจิราวุธ ศรีวิรัตน์ หรือโกยัง ซึ่งเป็นพี่ชายของนายกเทศมนตรีตำบลคลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง ซึ่งเป็นเพื่อนรักของผู้ตายมีอาชีพขายอะไหล่รถยนต์ ซึ่งเป็นผู้จ้างวาน ขณะที่ผู้ตายเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ ซื้ออะไหล่จากเพื่อนเป็นประจำ
เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว 3 คน ส่วนที่เหลือยังให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ประเด็นสังหารมาจากผู้จ้างวานเข้าใจว่าผู้ตายเป็นชู้กับภรรยาตนเอง จึงโกรธแค้น และมีการข่มขู่หมายเอาชีวิตมายาวนานแล้ว จนกระทั่งก่อนวันเกิดเหตุ ทางผู้จ้างวานทราบกำหนดการว่าผู้ตายจะไปเป็นประธานงานสวดศพของเพื่อนคนหนึ่ง จึงวางแผนสังหารดังกล่าว
ทั้งนี้ ทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวแสดงความมั่นใจว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน หรือหากมีผู้มีอิทธิพลเข้ามายุ่งพัวพันกับคดีก็พร้อมจะโอนคดีไปให้กองปราบทำทันที