หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมพิธีเก็บเกี่ยวดอกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยช่อดอกแรก เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยหลังจากปลูกมา 4 เดือน จนออกดอกในการนำไปสกัดเป็นน้ำมันกัญชาทางการแพทย์
ขณะเดียวกันภายในงานยังได้ปลูกกัญชาต้นแรก ซึ่งปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรมกลางแจ้ง (Outdoor) ซึ่งหากสำเร็จะเป็นต้นแบบใช้ในระดับครัวเรือน ที่หลายคนกำลังรอกฎหมายการปลูกบ้านละ 6 ต้นที่พรรคภูมิใจไทยชูเป็นนโยบาย และอยู่ในระหว่างการพิจารณาออกเป็นกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร
หลายคนก็เกิดคำถามว่า การปลูกกัญชาระดับครัวเรือนมีโอกาสเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน...
นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ถือว่าเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นทุกวัน ซึ่งม.แม่โจ้ได้ร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการปลูกกัญชาระบบอินทรีย์ คือ ไม่มีสารปนเปื้อนใดๆ เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาในการรักษาโรค และราก ต้น ใบ ดอกยังนำมาทำเป็นอุตสาหกรรมต่างๆ และขณะนี้ก็เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปว่า น้ำมันกัญชาสามารถรักษาโรคสำคัญๆ คือ อาการนอนไม่หลับ ไมเกรน พาร์กินสัน โรคลมชัก โรคมะเร็ง ซึ่งเมื่อได้จ่ายน้ำมันกัญชาให้ อาการของโรคก็ทุเลาลง จึงได้ประสานนโยบายไปยัง อย. ในการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ที่จะปลูกกัญชา ผ่านความร่วมมือกับสถาบันทางการแพทย์ หรือสถาบันทางการเกษตร รวมกับเกษตรกรได้ และต้องปลูกตามสายพันธุ์ที่ดี มีผลผลิตที่ดี ทางอภ.ก็จะรับซื้อเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันกัญชารักษาโรค
ส่วนที่ว่าการปลูกกัญชากลางแจ้งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะนำไปสู่การปลูกระดับครัวเรือน อย่างบ้านละ 6 ต้นหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า การปลูกครัวเรือนละ 6 ต้น ก็ต้องรอ พ.ร.บ.กัญชา ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ตอนนี้ไปไกลกว่ากฎหมายจะอนุญาตแล้ว โดยหาช่องทางให้ ซึ่งสิ่งสำคัญต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการแพทย์ รักษาโรค หากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ต้องสนใจการปลูกครัวเรือนละ 6 ต้น เพราะหากมาเสนอตามเงื่อนไข ก็จะมีการควบคุมตามกฎหมายที่มีอยู่
“พวกเราไม่ได้เน้นให้ประชาชนปลูกกัญชาเพื่อสันทนาการ แต่เราต้องการให้ประชาชนมีกัญชาเปรียบเสมือนพืชสมุนไพร พืชสวนครัวในบ้าน เรื่องนี้ก็ต้องมีการควบคุมในช่วงต้น จนกว่าประชาชนทุกคนจะเข้าใจสรรพคุณประโยชน์ของกัญชาก็ค่อยๆผ่อนคลายระเบียบในการควบคุมต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
“อนุทิน” ยืนยันปลูกกัญชา 6 ต้นต่อบ้าน ทำได้แต่มี กม.คุมเคร่งครัด
ส่วนโอกาสที่จะผลักดันกฎหมายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้นให้สำเร็จภายในรัฐบาลยุคนี้หรือไม่นั้น นายอนุทิน ตอบอย่างชัดเจน ว่า ต้องสำเร็จ ถ้าทุกอย่างเป็นประโยชน์ กฎหมายผ่านโดยใคร ผ่านโดยสมาชิกผู้แทนราษฎร ชื่อก็บอกแล้วว่า เป็นผู้แทนราษฎร อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อราษฎร สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สร้างความมั่นคั่งให้กับประเทศ คนที่เป็นผู้แทนราษฎรจะไม่ให้ผ่านได้อย่างไร
“เราเอาของดีๆ มาเสนอ เราไม่ได้นำยาเสพติดมาเสนอ ถ้าเสนอเป็นยาเสพติดก็เจ๊งกันถ้วนหน้า แต่เราเสนอเป็นพืชมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เอาไปทำยา ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้บ้านเมืองให้ประชาชนใครจะไม่ทำ” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการปลดล็อกกระท่อมมาใช้ทางการแพทย์ ว่า เรื่องกระท่อม เป็นการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม โดยเป็นเจ้าภาพในการศึกษา ก็คล้ายๆ กัญชาเมื่อศึกษาว่ามีส่วนที่ดีจากกระท่อม และหากสามารถพิสูจน์ว่าควบคุมผลเสียได้ ก็สามารถนำมาใช้ ถือว่าผ่าน นอกจากนี้ อีกไม่นานกัญชง ก็จะเป็นอิสระ ซึ่งกัญชงทำผลผลิตทางอุตสาหกรรมได้มากกว่ากัญชาด้วยซ้ำ เพียงแต่ส่วนที่เป็นสารซีบีดี (CBD) อาจไม่ได้เท่ากัญชา ดังนั้น ต้องค่อยๆทำ ทำให้คนเข้าใจ โดยเฉพาะคนที่ต่อต้าน เพราะการจะออกกฎหมายอะไรก็ตาม หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนถ้วนหน้าก็จะถือว่าครบถ้วน
ด้าน ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ม.แม่โจ้ กล่าวว่า การปลูกกลางแจ้งคาดว่าผลผลิตอาจจะได้แค่ครึ่งเดียว เพราะยังมีเรื่องปัจจัยแสง ความร้อน และลม ที่ทำให้ต้นกัญชาเกิดความเครียด หนอนกินใบอีก ก็จะทำให้ได้ดอกเพศผู้ ดังนั้น หากสามารถทำให้ได้ผลผลิตมากกว่าครึ่งหนึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การปลูกแบบกลางแจ้งเช่นนี้หากทำได้ก็จะเป็นต้นแบบให้แก่ครัวเรือนต่างๆ ที่จะขออนุญาตปลูก แต่กัญชาหากปลูกย่งมากปัญหาเรื่องแมลงก็ยิ่งมาก ส่วนเรื่องของดินนั้น รากกัญชามีประสิทธิภาพการดูดแร่ธาตุต่างๆ ได้ดียิ่งกว่ามันสำปะหลัง จึงทำให้ดูดโลหะหนักได้ง่าย แต่การปลูกของเราจะใช้ปลูกลงในถุงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ และใช้ดินที่สะอาด ปลอดสาร สำหรับเรื่องงบประมาณนั้น การปลูกในโรงเรือนถือว่าถูกกว่าการปลูกในห้องมืดของ อภ. โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาทต่อต้น ถูกกว่า 100 เท่า