สธ.สั่งตั้งวอร์รูมรับมือ “ไวรัสอู่ฮั่น” เผย 4 รายยืนยันติดเชื้อ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อนุทิน” เผย 4 รายติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น เดินทางกลับจากจีนทั้งหมด มีคนไทย 1 รายอายุ 73 ปีอยู่ห้องแยกโรคนครปฐม  

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.สุขุม กาจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงและกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมทางไกล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อมีข้อสั่งการเรื่องมาตรการควบคุมป้องกันโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั้งนี้โดยมีผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยร่วมประชุมด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 4 ราย ทั้ง 4 ราย เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น แบ่งเป็นเป็นนักท่องเที่ยวจีน 3 ราย ที่ตรวจพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในจำนวนนี้มี 2 รายรักษาหายและส่งตัวกลับประเทศจีนแล้ว อีกหนึ่งรายเป็นชายอายุ 68 ปี อยู่ระหว่างการดูแลในห้องแยกโรคสถาบันบำราศนราดูร รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แลป) จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากหายและปลอดเชื้อแล้วจะจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

ส่วนรายที่ 4 เป็นหญิงไทยอายุ 73 ปี ติดเชื้อหลังจากเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดูแลในห้องแยกโรครพ.นครปฐม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจผู้ญาติและผู้ร่วมเดินทางไม่พบว่ามีใครติดเชื้อจากผู้ป่วยที่เราดูแลอยู่แต่อย่างใด ดังนั้นยังถือเป็นข่าวดีว่าเป็นสิ่งที่เรายังควบคุมได้ ตามมาตรฐานสากลทุกอย่าง และพยายามปรับตัวรับกับโรคติดต่อต่อไป โดยการรักษาผู้ป่วยทั้ง 4 ราย ไทยให้การรักษาฟรี แม้จะเสียเงินมากแต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง ซึ่งจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ให้นโยบายให้เราให้ข้อมูลที่แท้จริงต่อประชาชน สำหรับกระแสข่าวพบผู้ป่วยอีก 1 รายที่เชียงใหม่นั้น ตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ไม่มีเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ด้าน นพ.สุขุม กล่าวว่า กระทรวงได้สั่งให้แต่ละจังหวัดตรวจคุณภาพห้องแยกโรคความดันเป็นลบในรพ.ทุกจังหวัด แล้วพบว่ามีความพร้อมใช้งานทุกแห่ง และเนื่องจากตอนนี้เพิ่มพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคในต่างจังหวัด จึงขอเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรองรับการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จากระดับกรมเป็นระดับกระทรวงและขอให้เขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เปิดศูนย์ฯ ระดับจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และระบบส่งต่อ รวมถึงการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยให้ดำเนินการตามมาตรการที่กรมควบคุมโรคกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น การสอบสวน การคัดกรองโรค และการเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงมาตรการเฝ้าระวังที่สนามบิน โดยให้มีการรายงานความคืบหน้าทุก 24 ชั่วโมง แต่หากพบเคสผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคให้รายงานส่วนกลางทันที 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประชาคมโลกเมื่อพบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมาก องค์การอนามัยโลกจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประกาศ ซึ่งหากมีการประกาศประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะต้องมีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคเข้มข้นขึ้น เหมือนกับการระบาดของโรคไข้เลือดออกอีโบลา โดยในการประชุมองค์การอนามัยโลกกับประเทศต่างๆ ในเย็นวันนี้ก็จะพิจารณาประเด็นทางเทคนิค

ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค และผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อมูลที่มีตอนนี้ ที่เรารู้คือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อยู่ในกลุ่มที่มีความใกล้เคียงกับโรคซาร์ แต่โรคซาร์กว่าเราจะรู้ตัวใช้เวลาหลายเดือนและมีคนเสียชีวิตเป็น 10 ราย แต่เชื้อใหม่นี้ ยังมีข้อจำกัดที่เมืองอู่ฮั่น ส่วนกรณีที่พบผู้ป่วยในเมืองอื่นหรือประเทศอื่นก็มีประวัติเดินทางไปอู่ฮั่นทั้งสิ้น ทั้งนี้ สถานการณ์ที่จีนตอนนี้มีผู้ป่วย 321 ราย เสียชีวิแล้ว 9 ราย โดยเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15-89 ปี ทั้งนี้กรณีการติดต่อจากคนสู่คน พบว่ามี 15 คน ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยในจำนวนนี้มีอาการรุนแรง 1 ราย ส่วนระยะฟักอยู่ตัวที่ 2-14 วัน ส่วนกรณีการเปิดเผยว่าเชื้อนี้มีการกลายพันธุ์นั้น ก็ยังไม่แน่ชัด แต่การกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาจจะทำให้รุนแรงขึ้น หรือรุนแรงลดลงก็ได้

 

“ส่วนความรุนแรงของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะรุนแรงแค่ไหนยังตอบไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ต้องให้อยู่โรงพยาบาล และถ้าดูจากผู้เสียชีวิตในจีน เทียบกับผู้ป่วยที่ไทยดูแลตอนนี้ จะเห็นว่าของเรารักษาหาย ก็คือรุนแรงน้อยกว่า แต่ถ้ามองในทางปฏิบัติคือคนที่จะขึ้นเครื่องบิน เดินทางได้คือเจามีอาการปกติ ส่วนผู้ป่วยที่จีนอาจเพราะป่วยมาก และที่เสียชีวิตนั้นเป็นผู้สูงอายุและมีแนวโน้มมีโรคประจำตัว ซึ่งปกติคนสูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนแอ” นพ.ทวี กล่าว และว่าหากองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศจำทำให้หลายๆ ประเทศมีการตรวจคัดกรองมากขึ้น ซึ่งการตรวจมากก็จะทำให้เจอมาก ถ้าไม่ตรวจก็ไม่เจอเคส ดังนั้นของไทยก็จะซึมไปเรื่อยๆ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครวมทั้งหมด 38 ราย ตอนนี้ยังเหลือที่ดูแลอยู่ในห้องแยกโรคฯ 10 ราย มีการยืนยันป่วย 4 ราย ซึ่งหายและกลับประเทศจีนแล้ว 2 ราย อีกหนึ่งรายยังอยู่ที่สถาบันบำราศฯ อีก 1 รายอยู่ที่รพ.นครปฐม ซึ่งสามารถดูแลได้ไม่จำเป็นต้องส่งต่อมาที่สถาบันบำราศฯ

 

ด้าน นายแดเนียล เคอร์เทส ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลกกำลังศึกษาการระบาด ความรุนแรง และการติดต่อจากคนสู่คน ของโรคนี้ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปแน่นอนได้ แต่อนุมานว่าการติดเชื้อจากคนสู่คนนั้นเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกขอชื่นชมความรวดเร็วของระบบการควบคุมป้องกันโรคของประเทศไทย สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ลงทุนกับบุคลากรรวมถึงระบบในการดูแลคนไข้แม้ว่าจะเสียค่ารักษาแต่ก็คุ้มค่าที่ทำให้สามารถรักษาสถานะและควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าจะต้องเจอผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก แต่ก็เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถล็อคไว้ได้ทุกราย รักษาได้ทุกราย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ