หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ โจรปล้นทองลพบุรี โดยเจ้าตัวรับสารภาพและเปิดใจผ่านการโฟนอิน ว่า ทำไปเพราะปัญหาส่วนตัว และเรื่องการเงิน พร้อมทั้งบอกว่าไม่ตั้งใจยิงคน ทั้งน้องกวางร้านทอง จริงๆจะยิงตู้กระจก หรือการยิง รปภ. บอกว่าแค่ยิงเปิดทาง ส่วนเด็กก็ไม่ตั้งใจยิง กระสุนแฉลบ จนเกิดคำถามว่า คำสารภาพนั้นจริงๆ เป็นอย่างไร รวมไปถึงทำไมถึงการแถลงครั้งนี้ถึงให้มีการโฟนอิน
ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค.) รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว วิเคราะห์ปมรับสารภาพ ในตอน ผ่าปม! “โจรฆ่าชิงทอง” โดยเชิญ “คุณปรเมศวร์ อินทรชุมนุม” อธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญาธนบุรี และ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต
คุณปรเมศวร์ กล่าวว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ โดยให้ผู้ต้องหาตอบข้อซักถามผ่านการโฟนอินนั้น ก็เป็นเรื่องของการไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน จริงๆ ก็น่าดีใจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามปรับโดยไม่ต้องเอาตัวผู้ต้องหามาแถลง แต่ใช้วิธีการโฟนอินแทน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำตอบของผู้ต้องหาก็ดูเหมือนตอบเสียไม่ได้ อาจจะเกรงใจท่านผบ.ตร.ก็เป็นได้
“หากวิเคราะห์คำตอบของเขา ทั้งไม่ตั้งใจยิงผู้หญิง หรือการยิงเด็ก บอกว่ากระสุนแฉลบ เหมือนข่าวที่เคยวิเคราะห์ ไม่เหมือนที่ออกมาจากใจที่อธิบายได้ชัดเจนกว่านี้ อย่างเรื่องทองบอกว่าทิ้งลงแม่น้ำ ก็ไม่ใช่ ดูไม่น่าเชื่อ” คุณปรเมศวร์ กล่าว
รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ กล่าวว่า จากการแถลง ตนมองว่า ผู้ต้องหารายนี้มีส่วนที่พูดจริง และไม่จริง และคำให้การน่าเชื่อว่า ยังไม่สำนึกเท่าที่ควร เพราะจากเคยวิเคราะห์การที่เขาทำ 1.ประสงค์ทรัพย์ 2.ทำเด็ดขาดเพื่อให้ได้เป้าหมายไม่สนใจใคร อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดด้านอาชญาวิทยาว่า ความกดดันทางสังคม โดยปกติมนุษย์ทั่วไปอยากมี อยากได้ อยากเป็น มีความต้องการหลายอย่าง แต่บางส่วนไปไม่ถึงก็อาจมีบางคนทำในสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย เปรียบเทียบกับผู้ต้องหารายนี้ก็เช่นกัน อยากอยู่บ้านใหญ่โต มีรถยุโรปขับ แต่ต้องถามว่า มีรายได้เท่าไหร่ ทุกการกระทำของคนร้ายมีข้ออ้างหมด ศัพท์วิชาการเรียกว่า ความกดดันทางสังคม แต่ภาษาทั่วไปเรียกว่า เห็นแก่ตัว
“ถึงแม้ตอนโฟนอินบอกว่า สำนึกผิด ขอโทษ แต่ประการแรกคือ ชีวิตคนขอโทษกันไม่ได้ เพราะถ้าขอโทษแล้วชีวิตกลับคืน ยังพอให้อภัย แต่นี่ไม่ได้ การยิงคนก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าถึงแก่ชีวิต ประการต่อมา บอกว่าเอาทองไปทิ้งน้ำ อันนี้ไม่สำนึกเพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริง อีกประการ คือ การบอกว่ายิงเปิดทาง แต่การยิงใส่รปภ.นัดแรก ยิงโดนเลย ถ้าเปิดทางยิงขึ้นฟ้าอะไรก็ได้ และบอกว่ายิงกระจกตู้ทอง แต่ไปโดนผู้หญิง แบบนี้คืออะไร ลักษณะการยิง เจตนาไม่ได้ยิงตู้ทอง และบอกสาเหตุการยิงซ้ำสอง ปฏิเสธไปหมด จริงๆ แปลกใจคนทำหน้าที่ถึงครูบาอาจารย์ ต้องเป็นผู้ให้ แต่ก็เข้าใจว่า ทุกอาชีพมีทั้งคนดี ไม่ดี เป็นรายบุคคล แต่กรณีนี้น่าเชื่อว่าไม่สำนึก” รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ กล่าว
คุณปรเมศวร์ ยังให้ข้อคิดเห็นเพิ่ม ว่า ตนติดใจยิงตู้ทอง ซึ่งต่ำก็ไม่น่าจะโดนคนหรือไม่ หลายคนอาจกังวลว่า ไปถึงศาล จะเป็นแบบว่าเขาให้การรับสารภาพหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องกังวล เพราะพนักงานสอบสวนบอกว่า มีการซักถามจนกระทั่งจนมุม จึงสารภาพ อันนี้ไม่ใช่มาถึงแล้วรับสารภาพ ไม่ได้ให้ประโยชน์ในการตอบคำถามเท่าที่ควร จริงๆภาษาตำรวจเรียกว่า สอบจนคลายออกมาหมด
เบื้องหลังรวบตัว "ผอ.กอล์ฟ" ชุดหนุมานกองปราบสะกดรอย 7 วัน
“ที่เขาโกหกเรื่องทอง อาจคิดว่าเพราะเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะหากได้มาจะชัด จึงโกหกก็ได้ และเขามักจะพูดว่า ขอให้การแค่นี้ จะให้การชั้นศาล โดยพยายามสร้างคำตอบเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์อะไรหรือไม่ เช่น คำว่าแฉลบ ยิงเปิดทาง ซึ่งไม่ใช่ เหมือนกับเจ้าตัวเตรียมคำตอบมาเพื่อไปสู้คดีมากกว่า ไม่ได้สารภาพอย่างแท้จริง แต่เป็นการจำนนต่อการถามของพนักงานสอบสวนมากกว่า” คุณปรเมศวร์ กล่าว
คุณปรเมศวร์ กล่าวว่า ในการแถลงข่าววันนี้ เป็นการสร้างความสบายใจให้กับสังคม และยืนยันว่าไม่ใช่แพะ เพราะมีพยานหลักฐานว่า ชี้มาที่คนเดียว แต่พยานขึ้นศาลยังต้องรวบรวมอีก เพียงแต่วันนี้ต้องการตอบคำถามสังคมว่า สำนักงานตำรวจฯทำงานอย่างจริงจัง เพียงแต่ยังเชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้