การอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาเกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ที่มีนัยทางความมั่นคงจนถูกประเทศต่างๆ จับตามองเริ่มขึ้นเมื่อราวปี 2535 โดยชาวโรฮิงญาที่อพยพย้ายถิ่นมีทั้งจากรัฐยะไข่ (อาระกัน) ประเทศเมียนมาร์ จากปัญหาการถูกกดขี่เพราะไม่ได้รับการยอมรับเป็นพลเมืองกับชาวโรฮิงญาจากบังคลาเทศ ซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้นเนื่องจากเป็นประเทศยากจน มีประชากรมากกว่า 80 ล้านคน อย่างไรก็ดีในระยะหลังๆ เริ่มมีคนพื้นเมืองบังคลาเทศเองที่อพยพย้ายถิ่นออกมาเช่นกัน
การอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาเริ่มมี "ขบวนการนำพา" เข้าไปเกี่ยวข้องและจัดระบบผลประโยชน์เมื่อราวปี 2552 ทำให้ประชากรชาวโรฮิงญาที่เดินทางล่องเรือออกจากเมืองซิตต่วย หรือชิตตะเว ของรัฐยะไข่ และคอกซ์บาซาของบังคลาเทศ จำนวนมากขึ้น
แต่เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สถานการณ์การอพยพย้ายถิ่นรุนแรงถึงขีดสุดคือสงครามกลางเมืองในรัฐยะไข่เมื่อปี 2555 ที่มีการปะทะกันระหว่างชาวพุทธพม่ากับมุสลิมโรฮิงญาทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยและชาวโรฮิงญาต้องไร้ถิ่นฐานหลายหมื่นคน
ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิธีการที่ใช้กันอยู่คือการล่องเรือออกจากคอกซ์บาซา โดยอาศัยหน้าที่ไม่มีมรสุมเส้นทางผ่านอ่าวเบงกอลสู่ทะเลอันดามันมาขึ้นฝั่งที่ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
หากจำแนกผู้อพยพย้ายถิ่นชาวโรฮิงญา มีทั้งชาวโรฮิงญาจากรัฐยะไข่ที่หนีภัยการสู้รบและการอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ชาวโรฮิงญาในบังคลาเทศที่ไม่มีงานทำ และชาวบังคลาเทศเองที่ต้องการแสวงหาโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า
แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อหางานทำ คือ นโยบายรับแรงงานมุสลิมของมาเลเซีย ซึ่งเคยมีโควต้าสำหรับชาวโรฮิงญาเป็นการเฉพาะ ทำให้ชาวโรฮิงญานิยมเดินทางไปมาเลเซีย โดยใช้เส้นทางเรือขึ้นฝั่งที่ประเทศไทยแล้วอาศัยขบวนการนำพาส่งเข้ามาเลเซียหรืออาจต่อไปอินโดนีเซีย
จากไทม์ไลน์การอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาตลอดหลายสิบปีดังกล่าว ทำให้หลายประเทศทั่วโลกถูกชาวโรฮิงญาลักลอบเข้าเมืองเพื่อไปหางานทำ บางส่วนถูกจับกุม คุมขัง และไม่สามารถส่งกลับประเทศต้นทางได้
ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า ประเทศที่มีผู้อพยพชาวโรฮิงญาจำนวนมาก เช่น ซาอุดิอาระเบีย หลายประเทศในตะวันออกกลาง เนปาล ซึ่งใช้การเดินเท้าจากบังคลาเทศและรัฐยะไข่ แคนาดา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ในฐานะทางผ่านและจุดหมายปลายทาง
สรุปไทม์ไลน์การอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญา
2535 : เริ่มมีการอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาจากรัฐยะไข่ เมียนมาร์ และคอกซ์บาซา ประเทศบังคลาเทศ
2552 : การอพยพย้ายถิ่นเริ่มมีลักษณะเป็นขบวนการนำพารวมเงินซื้อเรือและจ่ายเงินให้ขบวนการนำพา
2555 : เกิดสงครามกลางเมืองในรัฐยะไข่ ระหว่างคนพุทธพม่ากับมุสลิมโรฮิงญา และเป็นช่วงที่สถานการณ์การอพยพย้ายถิ่นรุนแรงมากขึ้น
สาเหตุการอพยพ : หางานทำ แสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และหนีภัยการสู้รบ
ข้อมูลผู้อพยพย้ายถิ่นชาวโรฮิงญาทั่วโลก
ซาอุดิอาระเบีย : มีผู้อพยพชาวโรฮิงญาหลักแสนคน
แคนาดา : ชาวโรฮิงญาเดินทางหลายทอดเพื่อไปหางาน
เนปาล : ชาวโรฮิงญาเดินเท้าจากรัฐยะไข่และบังคลาเทศ
มาเลเซีย : เคยมีนโยบายรับแรงงานมุสลิมมีโควต้าสำหรับโรฮิงญา ทำให้ชาวโรฮิงญานิยมเดินทางไป แต่นโยบายนี้ถูกยกเลิกเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตามนโยบายจัดระเบียบแรงงานและส่งเสริมให้คนพื้นเมืองมาเลย์มีงานทำ (นโยบายภูมิบุตร)
อินโดนีเซีย : เป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของชาวโรฮิงญา
ไทย : ทางผ่านของขบวนการนำพาและอยู่ในตลาดแรงงานนับแสนคน