พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้กำลังใจ พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมเฝ้าระวังและคัดกรองไวรัสโคโรนา ที่อาจติดมากับกลุ่มนักท่องเที่ยวตามหลักสากลทุกอย่าง
ส่วนการเตรียมเครื่องบินพาณิชย์เพื่อรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศไทย ขณะนี้มีความพร้อมแล้วแต่ต้องรอทางการจีนอนุญาตก่อน ย้ำว่า ทุกคนมีความสุขดี มีอาหารการกินที่ครบถ้วน รอเดินทางกลับประเทศ เมื่อถามว่า มีหลายประเทศส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองแล้ว แต่ประเทศไทยทำไมยังไม่ได้ไป นายกรัฐมนตรีตอบว่า ต้องรอเวลา เพราะ “เครื่องบินไม่ใช่รถแท็กซี่ การเดินทางต้องมีความชัดเจน” จึงต้องรอทางการจีนจัดคิวไฟล์ทบินให้
“อนุทิน” เรียกความเชื่อมั่นคืน! หลังคนเข้าใจผิดยกเลิกคัดกรอง “ไวรัสโคโรนา” สนามบิน
ทั้งนี้ นอกจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ล่าสุดนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ กรมแพทย์ทหารเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ด้วย โดยช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ถามสื่อมวลชนว่า มีทหารไว้ทำไม ก่อนจะตอบเองว่า "ถ้าไม่มีทหาร ก็ไม่มีแพทย์ทหาร"
ส่วนความเคลื่อนไหวการแถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ที่กระทรวงสาธารณสุขวันนี้ (29 ม.ค.63) มีการพูดถึงกรณีที่มีข่าวว่าในหลายประเทศ ไวรัสโคโรนาเริ่มติดต่อสู่คนที่ไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนแล้ว นพ.ธนรักษ์ ยอมรับว่าเป็นความจริง และ ประเทศไทยก็มีโอกาสเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวล แต่ก็ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ส่วนแนวทางการเตรียมความพร้อมรับนักศึกษา และคนไทยที่ติดค้างอยู่ในเมืองอู่อั่นกลับเข้าประเทศ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นเมื่อรัฐบาลรับตัวกลับมา ก็จะมีการกักตัวก่อน 14 วัน จนพ้นระยะฟักตัวของโรค และหากไม่มีอาการ ก็จะให้เดินทางกลับบ้าน
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ขณะนี้มีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั้งหมด 14 คน รักษาอาการหายแล้ว 5 คน ยังเฝ้าดูอาการอยู่ในโรงพยาบาล 9 คน ผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้น ส่วนคนที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังเชื้อไวรัส ขณะนี้ เพิ่มเป็น 158 คน แต่ในจำนวนนี้สามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว 62 คน ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังยืนยันว่า ไม่พบการติดเชื้อในประเทศไทย
โดยในขณะนี้ ทั้ง 5 สนามบิน ยังทำการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนอย่างเต็มที่ แต่ก็พบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อน้อยลง เหลือเพียง 1 ใน 5 จากทั้งหมด ส่วนผู้ติดเชื้อที่พบตอนนี้ ส่วนใหญ่พบจากการไปโรงพยาบาลของผู้ป่วยเอง แต่ก็มีจำนวนน้อยที่พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา
ส่วนปัญหาเรื่องข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประณามว่าคนที่สร้างข่าวเฟกนิวส์ เป็น คนบ้า ไม่รักชาติบ้านเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่เดือดร้อนทั้งที่ทำงานอย่างหนัก
ขณะที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. จับคนปล่อยข่าวปลอมที่เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาได้ 7 คน อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย