เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Coronavirus) เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว และ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินทุกแห่ง พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งทางด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม รวมถึงการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง และผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
ด้าน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้ออกมาตรการเร่งด่วนให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจ โรงแรมทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นจะช่วยผ่อนคลายผลกระทบระยะสั้นผ่านมาตรการพักชำระเงินต้น (Grace Period) นานสูงสุด 6 เดือน และจะติดตามประเมินผลกระทบในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อธนาคาร พร้อมที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าด้วยมาตรการเพิ่มเติมต่อไป
ขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารและคู่ค้าของลูกค้า ด้วยการพักการชำระเงินต้นเป็น ระยะเวลา 12 เดือน โดยลูกค้าจะจ่ายเฉพาะ ดอกเบี้ยบวก 20% ของดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารจะนำส่วน 20% ของดอกเบี้ย ไปหักออกจากเงินต้นให้ลูกค้า ทำให้เงินต้นลดลงตามไปด้วย และเมื่อครบระยะเวลา 12 เดือน ธนาคารจะประเมินความสามารถของลูกค้าอีกครั้ง ว่าจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือ เพิ่มเติมหรือไม่
นอกจากนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เตรียมกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า” ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระ ไม่เกิน 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 0.01% ต่อปี เพื่อลดภาระหนี้ที่ผ่อนชำระกับ ธอส. ทุกวัตถุประสงค์การกู้ สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. อาทิ ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยว และยังได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมมาตรการและทำนิติกรรมระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 31 มีนาคม 2563