โดยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นอาชญากรรม และการก่อการร้าย ด้วยการแย่งชิงตัวประกัน การจับกุม ตามแนวการบริหารวิกฤตการณ์ (Crisis Management) ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบในเมืองหลวง และปริมณฑล เป็นหน่วยระดับกองร้อย มีอุปกรณ์ครบมือเช่น ปืนยิงแห, ปืนไฟฟ้า, ปืนพก, ปืนลูกซอง, ปืนกลเบา, ปืนไรเฟิล, ระเบิดมือ และอุปกรณ์ต่อต้านการจลาจล เป็นต้น
อรินทราช 26 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เล็งเห็นถึงภัยคุกคามจากต่างประเทศ เช่น ผู้ก่อการร้ายสากล จึงมีดำริให้กรมตำรวจจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วย นเรศวร 261 และ อรินทราช 26 (โดยชื่อมาจาก อริ = ข้าศึก, ศัตรู + อินท = จอม, ผู้เป็นใหญ่ + ราช = พระราชา + 26 = ปีที่ก่อตั้ง พ.ศ. 2526) แต่ต่างกันในเขตรับผิดชอบ และต้นสังกัด
ปัจจุบัน อรินทราช 26 อยู่ในสังกัด กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) และขึ้นตรงกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น)
การเข้าหน่วย “อรินทราช 26”
ต้องมาจากผู้ที่เรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรืออาสาสมัครตำรวจ การฝึกในครั้งแรกไม่มีรูปแบบที่แน่นอน โดยได้รับการสนับสนุนครูฝึกจากตำรวจ และยึดรูปแบบการปฏิบัติการเป็นทีม 5 คน เหมือนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ GSG 9 ของประเทศเยอรมนี ซึ่งมีการฝึกการยิงปืนทางยุทธวิธี การฝึกพลแม่นปืน การปฏิบัติการทางน้ำ การต่อสู้ป้องกันตัว การขับขี่ยานพาหนะในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อการฝึกรุ่นแรกสำเร็จ ก็มีการถ่ายทอดให้กับกำลังพลที่เข้าประจำการในกองร้อยปฏิบัติการพิเศษเรื่อยมา นอกจากนี้มีการจัดส่งกำลังพลไปฝึกในหลักสูตรต่างๆ ของต่างประเทศ และนำวิชาความรู้กลับมาถ่ายทอดให้กับกำลังพลที่อยู่ในหน่วย โดยจะทำการฝึกกันเองถ่ายทอดกันต่อ ๆ มา
สำหรับการจัดแบ่งหลักสูตร ออกเป็น 5 หลักสูตร คือ หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายสากล 24 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุใหม่, หลักสูตรทบทวนการต่อต้านการก่อการร้ายสากล 6 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่ประจำการอยู่ในหน่วย และฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย 1 สัปดาห์, หลักสูตรการทำลายระเบิด 12 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง “พลเก็บกู้ทำลายระเบิด”, หลักสูตรพลแม่นปืน 4 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง “พลซุ่มยิง” และหลักสูตรผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิคส์ 12 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง “ผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิคส์” นอกจากนี้ยังมีการฝึกต่าง ๆ เช่น “แผนกรกฎ 48” การฝึกในสถานการณ์สมมุติ และการฝึกร่วมกับหน่วยงานอื่น
เปิดไทม์ไลน์ เหตุทหารคลั่งกราดยิงโคราช
ชุดปฏิบัติหน้าที่
ชุดสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการแต่งกายจะไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าได้ ที่ชุดบริเวณไหล่ซ้าย มีอาร์มสีบานเย็น รูปสี่เหลี่ยมคางหมู ตรงกลางมีรูปอักขระยันต์ มีตัวหนังสือบอกหน่วยสังกัดว่า “ตำรวจนครบาล ปฏิบัติการพิเศษ” นั่นคือ “ตำรวจ 191” เนื้ออาร์มมีคำว่า “อรินทราช 26” บริเวณหน้าอก มีรูปโล่อยู่ตรงกลาง พื้นโล่สีดำแดง กลางโล่มีสายฟ้าสีขาว มีดอกชัยพฤกษ์สีทองพุ่งเข้าหาโล่จากด้านข้าง ข้างละ 6 ดอก สีพื้นของชุดจะเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีสำหรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล
โดยชุดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ชุดทำงานปกติ สามารถเห็นได้ทั่วไปตามจุดสำคัญ, ชุดเวสสีน้ำเงิน ใช้สำหรับฝึกและเตรียมพร้อมก่อนปฏิบัติงาน, ชุดเวสพร้อมอุปกรณ์ โดยจะมีอุปกรณ์ครบมือ ตั้งแต่หมวกกันกระสุน เสื้อกันกระสุน และอาวุธอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้า, ชุดปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย โดยชุดนี้จะเหมือนแบบที่ 3 เว้นแต่สีชุดที่เป็นสีดำ จะใส่ชุดนี้เมื่อต้องทำงานกับหน่วยงานอื่น (การสนธิกำลัง)
โปรไฟล์ไม่ธรรมดา! “ผู้กองฮัท” ลูกชาย "จักรทิพย์ ชัยจินดา" เคียงไหล่พ่อ สยบเหตุกราดยิงโคราช
อาวุธประจำกาย
หน่วยงานราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงแทนที่ยุทธภัณฑ์อยู่เสมอ สำหรับปืนสั้น เคยมีการใช้ Browning ปัจจุบันมีการใช้ Glock 19 และ HK P7M8 ส่วนอาวุธประจำกายคือ MP5 สำหรับบางคนจะใช้ปืนไรเฟิล หรือปืนลูกซองแทน ส่วนการปราบจลาจลอาจมีการใช้โล่ และกระบอง หรือใช้กระสุนซ้อม
เปิดที่มาหน่วย “หนุมาน” ชุดปฏิบัติการพิเศษกองปราบฯ บุกจับ “ประสิทธิชัย เขาแก้ว”