เมื่อวันที่ (28 ก.พ.2563) ดัชนีหุ้นไทยเช้านี้เปิดร่วงลงต่อเนื่องกว่า 50 จุด สอดคล้องตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงแรง เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกต่อข่าวการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 (Covid-19) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก กดดันให้มีแรงขายหุ้นไทยออกมาอย่างหนัก หลังจากที่รีบาวด์ได้เมื่อวานนี้ (27 ก.พ.2563) นอกจากนี้ตลาดห้นไทย ยังมีปัจจัยกระทบจากในประเทศด้วย ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และการเมือง ที่ทำให้ตลาดเปราะบาง โดยให้จับตาการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาฯด้วย อย่างการชุมนุมแฟลชม็อบของกลุ่มนักศึกษา
ด้านสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะเสนอให้กระทรวงการคลัง พิจารณาและทบทวนการนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับให้สิทธิพิเศษทางภาษี หลังจากในอดีตที่ผ่านมาเม็ดเงินจากการลงทุนของ LTF ถือว่ามีบทบาทที่สำคัญในการช่วยผลักดันและพยุงดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในช่วงนี้
สุนัขของผู้ป่วย Covid-19 ในฮ่องกง มีผลทดสอบเป็น “บวก”
รอง ปธน. อิหร่านติดเชื้อ Covid-19
สภาพัฒน์แถลงภาวะสังคมไทย โดยได้ชี้แจงถึงอัตราการว่างงาน หนี้สินครัวเรือนชะลอการขยายตัว ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่ต้องแก้ไข ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานในไตรมาส 3 ยังอยู่ในวาภาวะเสี่ยงที่ต้องจับตา
นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 3 ปี 2562 มีมูลค่า 13.24 ล้านล้านบาท ขยายตัว 5.5% ชะลอลงจาก 5.8% ในไตรมาสก่อน จากการชะลอตัวลงของสินเชื่อที่อยู่อาศัย และยานยนต์เป็นหลัก ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ จีดีพี อยู่ที่ 79.1% ถือเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2560 ส่วนภาพรวมคุณภาพสินเชื่อยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ภาพรวมการจ้างงานในปี 2562 ลดลง 0.7% ตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำเท่ากับ 0.99% คิดเป็นผู้ว่างงานจำนวน 3.7 แสนคน คิดเป็น 1% โดยมาจากภาพของเศรษฐกิจส่วนค่าจ้างแรงงานรวมเพิ่มขึ้น 1.4% ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ด้านแรงงานปี 2563 มีปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะกระทบต่อตลาดแรงงานและการจ้างงาน ได้แก่ ภาวะภัยแล้งที่จะกระทบต่อรายได้เกษตรกร ผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 แนวโน้มการส่งออก ความผันผวนค่าเงินบาท และความล่าช้าของงบประมาณปี 2563