วันที่ 3 มี.ค. 2563 พล.ต.ท. โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกในไทย และมาตรการเตรียมพร้อมมาตรการรับมือโควิด-19 ระยะ 3 ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการ ดังนี้
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations Center : EOC) กรณีโรคจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์โรค เตรียมความพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค เตรียมระบบการคัดกรองที่รวดเร็ว จัดระบบคัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว และมีการรายงานระบบข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ทันทีที่พบผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ
จัดทำแผนเวชปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการคัดกรองผู้ป่วย ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุข และมีการเตรียมห้องแยกความดันลบ สำรองเวชภัณฑ์ต่างๆ และอุปกรณ์ป้องกันตนเองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด
ในส่วนของโรงพยาบาลจะมีระบบการป้องกันโรคติดเชื้อตามมาตรฐาน มีการทบทวนมาตรการและแนวทางป้องกันการติดเชื้อของบุคลากร การอบรมซ้อมแผนภายในโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดช่องทางเข้าออกโรงพยาบาลให้เหลือเฉพาะช่องทางที่จำเป็น ตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ภายในโรงพยาบาล
เปิดคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจนอกอาคารโรงพยาบาล รองรับผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อไวรัส พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Card) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 หลังจากกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
สำหรับมาตรการเชิงรุก สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนบริเวณรอบโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และพื้นที่ใกล้เคียงให้ปฏิบัติตามมาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย” เพื่อควบคุมป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19
ให้ทุกหน่วยงานราชการจัดกิจกรรม Big Cleaning ทำความสะอาดโดยเฉพาะจุดสำคัญที่ประชาชนสัมผัสร่วมกัน เช่น ราวจับบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟท์ รถเข็นคนไข้ ห้องน้ำ เก้าอี้ และ พื้นที่อื่นๆ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์และสอนสุขศึกษาเรื่อง COVID-19 ทั้งในโรงเรียน ชุมชน และสถานประกอบการ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกอย่างต่อเนื่องด้วย