เปิดขบวนการขายหน้ากากอนามัยมือ 2

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้า หลังจากเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยฝ่ายปกครอง และกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งซึ่งเปิดเป็นร้านขายของเก่าใน อ.วิหารแดง จ.สระบุรี แหล่งผลิตหน้ากากอนามัยมือ 2 ใช้ซ้ำ โดยนำมารีไซเคิล ซัก-อบ-รีด แล้วนำมาขายใหม่ ตำรวจพบทำเป็นขบวนการ ก่อนนำไปลงขายในเฟซบุ๊ก เบื้องต้นได้แจ้ง 2 ข้อหา ฐานความผิดเกี่ยวกับการค้า และ พรบ.ท้องถิ่น เรื่องประกอบกิจการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

บรรยากาศภายในบ้านพักที่มีลักษณะทำเป็นร้านรับซื้อของเก่า ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี  ซึ่งทำเป็นแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยมือ 2 วันนี้ถูกปิดกั้นพื้นที่ ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป  โดยเจ้าหน้าที่กั้นเขตล้อมรอบถุงหน้ากากอนามัยขนาดใหญ่กว่า10ถุง ซึ่งเป็นของกลางที่อายัดไว้  ส่วนเครื่องซักผ้าเตารีดและอุปกรณ์ที่ใช้ทำหน้ากากอนามัยถูกยึดหลังจากตรวจค้นเมื่อวานนี้

พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สระบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนางจินตนา นามวิชัย  อายุ 46 ปีเจ้าของบ้าน ยอมรับสารภาพว่า นำหน้ากากอนามัยเก่ามารีไซเคิลเพื่อขายซ้ำจริง โดยมีญาติและเพื่อนร่วมทำด้วยกัน 3 คน ซึ่งขบวนการทำหน้ากากอนามัยรีไซเคิล เริ่มจากนางจินตนา เจ้าของบ้าน และนางพิมพ์วลัญ จำรัสศรี  เป็นเพื่อนกันไป ทำหน้าที่ไปรับซื้อหน้ากากอนามัยใช้แล้วมาจากร้านค้าของเก่า แห่งหนึ่งใน ต.หนองหมู  จากนั้นมาทำการคัดแยก ซึ่งบางครั้งมีหน้ากากอนามัย

นพ.ทวี ย้ำ หน้ากากอนามัยจำเป็นใช้กันโควิด-19

แบบใยสังเคราะห์ชนิดที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แบบซักแล้วไม่เปื่อยยุ่ยติดมาด้วย จึงเลือกใช้หน้ากากอนามัยที่มีสภาพดีนำมาผ่านกระบวนการทำใหม่ เพื่อนำไปจำหน่าย

โดยว่าจ้างนางวีรภรณ์ ธงสัญเทียะ น้องสะใภ้และลูกชายของนางจินตนา ให้นำไปซักทำความสะอาด ตากแดด และรีด โดยให้ค่าจ้างแผ่นละ 1บาท พร้อมแพ็กใส่ถุง โดยพิมพ์วลัญ เป็นผู้โพสต์ขายลงเฟซบุ๊ก แผ่นละ 3บาท โดยจากการสอบปากคำเริ่มทำมาประมาณ 20วัน ขายไปแล้ว 2 แสนชิ้น สำหรับหน้ากากอนามัยมือ2 เป็นแสนๆชิ้น ที่ถูกนำมาขายต่อ ผู้ต้องหาเอามาจากไหน ทีมข่าวพีพีทีวี ได้พบข้อมูลว่าต้นทางหน้ากากอนามัยก่อนถูกนำมาทำความสะอาด

ทราบว่านายเบิ้ม เป็นเจ้าของร้านค้าของเก่าอยู่ที่จ.สระบุรี  ได้ไปประมูลสินค้าของเก่าจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ในจ.อยุธยา ซึ่งบางครั้งจะมีหน้ากากอนามัยติดมาด้วย โดยสินค้าทั้งหมดนำกลับมาที่ร้านค้าของเก่า จ.สระบุรี  ขณะนั้นมีกลุ่มผู้ต้องหาเข้ามาติดต่อหาซื้อหน้ากากอนามัย นายเบิ้ม ขายให้ไปในราคากิโลละ 4 บาท ขายทั้งหมด 1 ตัน ในราคา 4000 บาท

จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาก็ได้นำกลับมาคัดแยกและนำไปซักทำความสะอาด ตากแดดและรีด  พร้อมแพ็กใส่ถุงและลงโพสต์ขายทางเฟซบุ๊ก แผ่นละ 3บาท ก่อนถูกจับกุมในที่สุด

ทีมข่าวได้พบกับนายสวัสดิ์ เผื่อนละมุด  หรือนายเบิ้ม เจ้าของร้านค้าของเก่า ที่ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นต้นทางขายหน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มผู้ต้องหา  ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทำหน้ากากอนามัยรีไซเคิลครั้งนี้  เพราะที่ผ่านมาตนมีอาชีพประมูลสินค้าจำพวกพลาสติกจากโรงงานหนึ่งในจังหวัดอยุธยาเป็นปกติอยู่แล้ว  โดยหนึ่งในคือหน้ากากอนามัย  ซึ่งทางร้านจะแยกส่วนก่อนขาย แต่ช่วงหลังมองว่าการแยก ทำให้เปลืองแรงลูกจ้างจึงขายเต็มแผ่นตามที่ได้รับมาจากโรงงาน ซึ่งไม่นานนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เข้ามาติดต่อซื้อ โดยตนเองก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ทางกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.สมพงษ์ ชัยโอภานนท์  ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัยตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า แหล่งที่มา มาจากโรงงาน ไม่ใช้สถานพยาบาล ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ถือว่าผิดตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข ที่กล่าวถึงเรื่อง การกำจัดขยะมูลฝอยทั่วไป และ การกำจัดขยะติดเชื้อ กรณีนี้ ถือว่าเข้าข่ายการกำจัดที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนเชื้อมา

สำหรับ 3 ผู้ต้องหาที่นำหน้ากากอนามัยเก่ามารีไซเคิลเพื่อขายซ้ำ เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2ข้อหา ฐานความผิดเกี่ยวกับการค้า มาตรา 271 ขายของโดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณอันเป็นเท็จ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน6พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังผิด พรบ.ท้องถิ่น เรื่องประกอบกิจการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนการเฝ้าระวังในระดับการปกครอง นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอวิหารแดง ได้ประสานเจ้าหน้าที่ส่วนตำบล ให้คุมเข้มร้านค้าของเก่าว่ามีใบประกอบกิจการถูกต้องหรือและมีการนำหน้ากากอนามัยมารีไซเคิลหรือไม่ พร้อมให้ความรู้กับชาวบ้านเรื่องการซื้อหน้ากากอนามัย โดยเน้นย้ำให้หาซื้อในแหล่งที่เชื่อถือได้

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ