เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา หรือ สภาครองเกรส มีมติเห็นชอบ 415-2 เสียง อนุมัติงบประมาณฉุกเฉิน 8.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 261,284 ล้านบาท) จัดการวิกฤตไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยหลังจากร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภาแล้ว คาดว่า นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะลงนามเซ็นกฎหมายดังกล่าว ซึ่งงบประมาณนี้มีมูลค่าเกือบ 4 เท่า จากที่ทำเนียบขาวขอไปในตอนแรก (เดิมทำเนียบขาวของบประมาณไว้ที่ 2.3 พันล้านดอลลาร์)
โดย นางนิต้า โลวี่ ส.ส.พรรคแดโมแครต ฝ่ายค้าน กล่าวก่อนโหวตลงมติว่า สภาครองเกรส เล็งเห็นความสำคัญ และความเร่งด่วน ถึงการป้องกันภัยคุกคามจากไวรัสโคโรนา ขณะที่เราทุกคนหวังไว้อย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจะไม่เลวร้ายลงไปอีก ซึ่งพรรคเดโมเครตจะไม่ลังเลที่จะทำอีกครั้ง หากเราจะต้องเพิ่มเงินทุนนี้ สำหรับการระดมทรัพยากร
สำหรับงบประมาณฉุกเฉิน 8.3 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น จำนวนกว่า 3 พันล้านดอลาร์ จะถูกนำไปใช้ในการวิจัย และพัฒนาวัคซีน, 2.2 พันล้านดอลาร์ สำหรับศูนย์ควบคุมโรค และการป้องกัน เพื่อสนับสนุนรัฐบาลกลาง รัฐต่าง ๆ และหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงห้องแล็ป และควมคุมเชื้อ, อีกเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ สำหรับเวชภัณฑ์ การเตรียมการด้านสุขภาพ และศูนย์สุขภาพชุมชน
นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก 1 พันล้านดอลลาร์ โดยพรรแดโมแครต ให้เหตุผลว่า งบนี้จะช่วยให้ฝ่ายบริหารธุรกิจขนาดเล็ก สามารถจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 7 พันล้านดอลลาร์ สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19
แม้งบประมาณฉุกเฉิน 85 % จะถูกนำมาใช้แก้วิกฤตด้านสาธารณะสุขในสหรัฐฯ แต่เงินอีกจำนวน 1.25 พันล้านดอลลาร์ จะถูกใช้สำหรับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดไวรัสในต่างแดน รวมถึงการอพยพ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
“ทรัมป์” บริจาคเงินเดือนไตรมาสสี่ กว่า 3.1 ล้านบาท รับมือ โควิด-19
Photo : MANDEL NGAN / AFP