เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2563 นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การนำเข้าหน้ากากอนามัย เดือน ม.ค.2563 อยู่ที่ประมาณ 145 ตัน เดือน ก.พ. ประมาณ 71 ตัน โดยการนำเข้าทั้งหมดเป็นไปตามพิธีการของกรมศุลกากร จะต้องเสียอัตราภาษี 5% และส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศจีน ยืนยันว่าไม่ใช่การนำเข้าเพื่อส่งออก เนื่องจากผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ไม่ใช่รายเดียวกัน
ขณะที่การส่งออกหน้ากากอนามัย ในเดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ประมาณ 150 ตัน เดือน ก.พ.ประมาณ 180 ตัน ไม่มีข้อมูลว่าปลายทางส่งออกไปยังประเทศไหน โดยตอนนี้การส่งออกต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ผู้ที่มีศักยภาพในการส่งออกหน้าการอนามัยมีจำนวนไม่กี่ราย
“ในตัวประกาศ เขาห้ามส่งออก เว้นแต่ว่าได้รับอนุญาต เขาไม่ได้บอกว่าห้ามส่งออกเลย ถ้าเกิดว่าเขามีใบอนุญาตส่งออกมา เราก็ต้องให้ส่งออก แต่พอหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์เข้มงวด ยอดส่งออกตรงนี้ก็ชะลอตัวลง” โฆษกกรมศุลกากร กล่าว
ครม.ไฟเขียว หน้ากากอนามัย – เจลล้างมือ เป็นสินค้าควบคุม
อภ.กระจายหน้ากากอนามัย คาด 1-2 วัน แก้ปัญหา รพ.ขาดแคลน
ส่วนที่มีเพจเฟซบุ๊กลงข้อมูลว่าตู้สินค้าหน้ากากอนามัยที่นำเข้าโดนกัก 5 ล้านชิ้น ไม่สามารถนำออกไม่ได้ และกรมศุลกากรขอแบ่ง 2 ล้านชิ้น รวมส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดหน้ากากที่ร้านขายยา หากพบว่าขายเกินราคานั้น ทางศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ข้อเท็จจริงตามที่ได้มีการกล่าวไว้ในเพจดังกล่าวไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบข้อมูลที่ท่าเรือนำเข้า ทั้ง สำนักงานศุลการ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าไม่มีเจ้าหน้ากักหน้ากากอนามัยที่นำเข้า
นอกจากนี้ การนำเข้าหน้ากากอนามัยที่ผ่านมา ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโควิด -19 เดือน ม.ค. จนถึงปัจจุบัน ไม่มีการนำเข้าหน้ากากอนามัย จำนวน 5 ล้านชิ้น ซึ่งเดือน มี.ค. มีการนำเข้าสูงสุดที่ 1 ล้านชิ้น และกรมศุลการกรได้ตรวจสอบปล่อยออกไปเรียบร้อยแล้ว