ตัวอย่างของความสับสนลักษณะนี้ เช่น การแถลงปิดศูนย์กักตัวกลุ่มเสี่ยงที่กลับจากเกาหลีใต้ 232 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อธิบายว่าเป็นการปิด "ศูนย์ระดับจังหวัด" ที่มี "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ในฐานะ "ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด" ดูแลเท่านั้น
แต่ต่อมาช่วงหัวค่ำ เฟซบุ๊กของ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ว่าไม่มีการปิด "ศูนย์กักตัวที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี" ทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นหลายคนเริ่มสับสน และตั้งคำถามว่ามีการปิดศูนย์กักตัวจริงหรือไม่ และข่าวไหนเชื่อถือได้ โดยไม่รู้ภาพรวมว่าศูนย์กักตัวที่สัตหีบอยู่ใน 232 ศูนย์ที่พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงหรือไม่
ล่าสุด ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลที่โพสต์ไม่ได้ขัดแย้งกับกระทรวงมหาดไทย แต่เป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ศูนย์กักตัวที่ฐานทัพเรือสัตหีบ" ที่ดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ปิดพร้อมกับศูนย์ระดับจังหวัด
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ ยกเลิกฟรีวีซ่าของประเทศที่มีความเสี่ยงสูง อย่าง เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอิตาลี รวมถึง การยกเลิกวีซ่า Visa on Arrival (VOA) 18 ประเทศจนกว่าสถานการณ์ปกติ ซึ่งเมื่อวานนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการฯ ได้มีมติไปแล้ว
แต่เมื่อศูนย์ประชุมอีกครั้งในวันนี้ กลับมีการชี้แจงว่า มติดังกล่าวยังไม่เป็นทางการ เพราะต้องศึกษาก่อนเสนอขอความเห็นชอบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับข้อตกลงระหว่างประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการสื่อสารในสภาวะวิกฤต
หากไม่นับรวมการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พบว่าการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ในเวลานี้ พบว่ามีช่องทางสื่อสารหลักอยู่ 4 ช่องทาง คือ ศูนย์บริหารสถานการณ์ฯ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้บัญชาการศูนย์ข้อมูลและแถลงข่าว ที่มี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธาน การแถลงข่าวประจำวันศูนย์ปฏิบัติการสภาวะฉุกเฉิน ของกระทรวงสาธารณสุข และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เช่นเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า และเพจส่วนตัวเป็นต้น
โฆษกรัฐบาล ยอมรับว่า รัฐบาลพบปัญหาการสื่้อสารในสภาวะวิกฤตจริง และขณะนี้อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของนายกรัฐมนตรี เชื่อว่า หากเรียบร้อยการให้ข่าวจะรวมศูนย์และเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
รัฐบาลจัดตั้งกองทุน เปิดรับบริจาคแก้ปัญหาโควิด-19
"วิโรจน์" ซัด รัฐบาล ทำปชช.ขาดความเชื่อมั่นข้อมูลโควิด-19
ส่วนเวทีเสวนาของ 6 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่เป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกสภาฯ ครั้งแรก ภายใต้หัวข้อ "แฉกระบวนการไอโอ ฉีกหน้ากากขบวนการเพิ่มความขัดแย้ง" เวทีนี้ มีการตั้งคำถามถึงการชี้แจงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ที่สื่อสารว่าบริหารจัดการทุกอย่างได้ดีและยังอยู่ในระยะที่ 2 ถือเป็นการทำปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ กับประชาชน เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกหรือไม่ ซึ่งนายวิโรจย์ ลักขณาอดิศร ส.ส. ที่เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ มองว่า ไม่ใช่ แต่ที่ประชาชนหวาดระแวง แตกตื่นในเวลานี้ เกิดจากความล้มเหลวของการบริหารสถานการณ์
นายวิโรจน์ เสนอว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำในสถานการณ์นี้ คือ การสร้างความเชื่อมั่น พูดความจริงกับประชาชน เพราะถ้าปล่อยให้วิกฤตบานปลาย ต้องตอบความจริงให้ได้ว่า แพทย์ และสถานพยาบาลพร้อมหรือไม่ เพราะวันนี้ไม่ว่าคนจะชอบหรือไม่ชอบรัฐบาล ทุกฝ่ายก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกันทั้งหมด