คลิปเสียงของทนายความท่านหนึ่ง ที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่าจะดำเนินคดี ฟ้องร้อง ซึ่งนายอัจฉริยะ ก็ไม่ขัดข้องที่จะถูกดำเนินคดี เพราะมั่นใจว่าที่ออกมาเปิดเผยว่า มีผู้กักตุนหน้ากากนั้น เป็นเรื่องจริง แล้วที่ทำทั้งหมดนั้นก็ทำเพื่อชาติ
ด้านนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณีออกมาแฉข้อมูลการกักตุนหน้ากากอนามัย โดยระบุว่าเชื่อมโยงกับนักการเมืองหลายกลุ่ม มีหญิงสาวที่เป็นปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลเป็นคนรับส่วนต่างจากบริษัทที่มีการส่งออกหน้ากากอนามัยไปยังต่างประเทศ และมีข้อมูลว่า 14 บริษัทเอกชนเกี่ยวข้องกับการหายไปของหน้ากากอนามัยจำนวนมาก
ทั้งนี้ เอกสารเป็น หนังสือมอบอำนาจ ให้ทนายความ 1 แจ้งความร้องทุกข์ และดำเนินคดีอาญากับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
สำหรับทนายความ ผู้รับมอบอำนาจครั้งนี้ เป็นทนายความชุดที่นางมัลลิกา เอาชนะ คดีต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับข้อหาหมิ่นประมาทมาแล้ว ซึ่งเป็นทีมงานของนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.
ด้าน น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าผู้ต้องสงสัย กักตุนหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ เป็นนักการเมืองหญิง กทม. มีฐานะ ว่า ตนเป็นที่ปรึกษาของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จริง จากการแต่งตั้งของรัฐมนตรี แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวก่ายงานของข้าราชการ และหน้ากากอนามัยที่ตนนำไปแจกชาวบ้าน ก็นำมาแจกตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นหน้ากากรูปการ์ตูนที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดในราคาแผ่นละ 10-12 บาท ต่อมาขึ้นราคาแพงมาก
จากนั้น เพื่อนของตนก็ได้มอบเงินสนับสนุนมา ตนจึงไปหาซื้อหน้ากากอนามัยสีฟ้าจากย่านสำเพ็งซึ่งผลิตจากประเทศเวียดนาม เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้มาจากการกักตุนใดๆ เพราะได้ไปเดินหาซื้อมาจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสำเพ็งเหมือนคนทั่วไป โดยซื้อได้มาได้ทั้งหมด 50 กล่อง จากนั้นก็เอาไปแจกชาวบ้าน ตอนเย็นไปก็ให้เด็กไปซื้อเพิ่มมาอีก 22 กล่อง รวมทั้งมด 72 กล่อง
ไทย – หลายประเทศ ขาดแคลน “หน้ากากอนามัย”
โดยพ่อค้าตั้งราคาที่กล่องละ 850 บาท ขนาดบรรจุ 50 แผ่น แต่ตนขอต่อรองราคาซื้อมาในราคากล่องละ 750 บาท เพราะซื้อของเขามาหลายกล่อง ตอนเดินแจกก็บอกชาวบ้าน และได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุที่มาของเงินในการซื้อเพื่อให้เครติดชัดเจน จึงขอถามว่าคนที่ไปรายงานผู้ใหญ่ หรือปล่อยข่าวนี้ ทำไมไม่ตรวจสอบหรือสอบถามกันก่อน และยินดีให้ตรวจสอบเพราะเป็นความจริง ฉะนั้น ใครก็ตามอย่าโยงเรื่องนี้ไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเกมการเมือง
"พันธ์ยศ"รับแค่นายหน้าหา"หน้ากาก"ซัดรัฐบาลจัดการล้มเหลว
“เสรีพิศุทธ์” ลั่นลุยสอบแก๊งตุนหน้ากาก พบพิรุธโยงคนใกล้ชิดรมต.