วันนี้ (26 พ.ค.58) นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยยอดการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. 2558 โดย มีมูลค่า 16,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ยอดการส่งออกของประเทศในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 70,265 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 3.99 จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่ยังหดตัวต่อเนื่องตามราคาในตลาดโลกที่ลดลง โดยเฉพาะยางพารา ที่ส่งออกลดลงถึงร้อยละ 25.8 รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรม ที่ลดลงร้อยละ 0.3 จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังทรุดตัวลง ทำให้ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติกปรับตัวลดลงตาม
ส่วนการนำเข้าในเดือนเม.ย. มีมูลค่า17,423 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.84 และในระยะ 4 เดือนแรก มีมูลค่านำเข้ารวม 69,359 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.53 ส่งผลให้ดุลการค้าไทยในเดือนเม.ย.58 ไทย ขาดดุล 523 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในระยะ 4 เดือนแรกของปีนี้ ไทยยังเกินดุล 906 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ยังคงมั่นใจว่า การส่งออกของไทยจะกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ภายใน 1-2 เดือน จากสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มดีขึ้น รวมทั้งจากแผนเร่งรัดการส่งออก และน่าจะผลักดันให้สามารถส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ยอดส่งออกรวมปลายปีเติบโตได้ร้อยละ 1.2 ตามเป้าหมาย