วันที่ 17 มี.ค. 2563 รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเหตุให้ผู้บริจาคโลหิตลดลงทุกแห่ง หน่วยงานมีข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ทำให้ปริมาณโลหิตที่ได้รับลดน้อยลง ถึงแม้จะเป็นช่วงของ COVID-19 ระบาด โลหิตก็ยังคงเป็นยารักษาโรคที่สำคัญ ซึ่งต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น และต้องการใช้ทุกวัน หากขาดโลหิตจะส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอด และผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิตเป็นประจำ ขณะนี้โลหิตขาดแคลนมาก ในส่วนกรุงเทพมหานครการบริจาคโลหิตลดลงถึง 25% ส่วนภูมิภาคการบริจาคโลหิตลดลงถึง 15% และหากสถานการณ์บริจาคยังลดลงต่อเนื่องต่อไป อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ
ผู้ที่มีสุขภาพดี คัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรค COVID-19 หรือ ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์ และ โปรดให้ประวัติเพิ่มเติม กรณีต่อไปนี้
- มีความใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
- ทำงานอยู่ใกล้หรือในบริเวณสนามบิน
- ทำงานใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ทำงานด้านการคัดกรองผู้ติดเชื้อ COVID-19
สามารถบริจาคโลหิตได้ที่
ส่วนกลาง ประกอบด้วย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ,สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) , The Mall สาขา: บางกะปิ, งามวงศ์วาน, บางแค ,โรงพยาบาลตำรวจ ,โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช,โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า, คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช,สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า
ส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 13 แห่ง ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และรพ.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
“ ขอความร่วมมือ ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปประเทศเสี่ยงตามความเป็นจริง ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต”