"อนุพงษ์" ขอคนกรุงไม่กลับภูมิลำเนา ลดความเสี่ยงแพร่เชื้อ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้จะไม่ปิดกรุงเทพมหานคร แต่ในมุมมองของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเป็นห่วงว่า การปิดสถานบริการ และสถานบันเทิง จะทำให้คน เดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งอาจทำให้คนที่ไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อโควิด-19 ไปแพร่เชื้อยังจังหวัดต่างๆ ได้ จึงอยากให้คนกลุ่มนี้อยู่ในกรุงเทพมหานคหลีกเลี่ยงการเดินทาง

พล.อ.อนุพงษ์ ยังยืนยันว่ามาตรการในต่างจังหวัดขณะนี้ค่อนข้างรัดกุม และเบื้องต้นได้สั่งให้นำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของส่วนกลางไปพิจารณา และคาดว่าจะต้องปิดผับทั่วประเทศเป็นการชั่วคราวได้ในวันนี้

ส่วนการปิดจุดผ่อนปรนชายแดน เบื้องต้นได้สั่งปิดทั้งหมด แต่ยังเหลือจุดผ่านแดนถาวร 1 ด่าน ต่อ 1 จังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าข้ามแดน แต่หากสถานการณ์มีึความจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถพิจารณาสั่งปิดชั่วคราวได้ทันทีแต่ทุกคนจะต้องกักตัวเฝ้าสังเกตอาการก่อนเดินทาง 14 วัน และเมื่อกลับมาถึงก็ต้องกักตัวเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน ตามมาตรการที่รัฐกำหนด

ขณะที่มูลนิธิชีววิถี มีข้อเสนอแนะรัฐบาล หลังการพูดคุยกับภาคเอกชนทั้งการท่อเที่ยว และการบริการสาธารณะ โดยต่างเห็นด้วยให้ปิดประเทศ 21 วัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของ "โควิด-19" ได้ โดยเชื่อว่าหากช้า แม้เพียงวันเดียว อาจทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 40%

ข้อมูลนี้ถูกนำมาอ้างอิงผ่านเฟซบุ๊กของมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ซึ่งเป็นกราฟแสดงการเพิ่มจำนวนของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจีน อิตาลี และอิรัก ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ระยะเวลาในการสั่งการขั้นเด็ดขาดของประเทศจีน ระยะห่างกันเพียงแค่วันเดียวมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 40

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย)อธิบายว่า แม้ประเทศไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อไม่เท่า 3 ประเทศนี้ แต่ทิศทางในการแพร่ระบาดไม่ต่างกัน จึงขอเสนอให้รัฐบาลปิดประเทศโดยเร็วที่สุด เป็นเวลา 21 วัน

นายวิฑูรย์ระบุด้วยว่า หากดำเนินการล่าช้าปล่อยให้เชื้อโรคแพร่ระบาด จะทำให้ระบบสาธารณสุข ในการรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ ส่งผลต่อตัวเลขผู้เสียชีวิต ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ยังไม่ได้ผล เช่นการ สั่งปิด โรงเรียน ผับ บาร์ หรือห้ามประชาชนเคลื่อนย้าย ก็ยังพบบนถนนรถก็ยังติดขัด และมีประชาชนออกมาทำกิจวัตรปกติตามสถานที่ต่างๆ จึงขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเข้มงวด

แนวคิดของมูลนิธีชีววิถีสอดคล้องกับความเห็นของ รศ.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่แสดงความเห็นว่า ในมุมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไม่ใช่ภาวะเร่งด่วนนี้ และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำขณะนี้คือการคุมตัวเลขที่ก้าวกระโดดของผู้ติดเชื้อในประเทศให้ได้มากที่สุด หากจำเป็นต้องปิดประเทศ ก็ต้องทำ พร้อมย้ำว่า ยิ่งรัฐบาลในอยู่ในภาวะที่ผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาลำบากขึ้น  ขณะเดียวกันการปิดประเทศ รวมถึงเรื่องของการบิน การเดินทางทางอากาศที่ไม่จำเป็น ต้องพยายามตัดออก

รศ.ฐิตินันท์ ยังแสดงความกังวลว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งของ สปป.ลาว  เมียนมาร์ และกัมพูชา ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันไทยยังคงเปิดพรมแดน ทั้งสะพานข้าม แม่น้ำโขงกับ สปป.ลาว และกับฝั่งเมียนมาร์

หากสถานการณ์ยังเลวร้าย รศ.ฐิตินันท์เห็นว่า ไทยจำเป็นต้องปิดชายแดนด้วยเช่นกัน ทั้งทางบก อากาศ และการปิดประเทศ ไม่ใช่การปิดพรมแดนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการควบคุมการเดินทางของประชาชนในประเทศด้วย โดยต้องใช้มาตรการทางกฏหมาย หากไม่สามารถขอความร่วมมือได้ 

รศ.ฐิตินันท์ยอมรับว่าการใช้คำว่าปิดประเทศ มีนัยะที่ไม่ดีมากนัก แต่อาจต้องใช้คำว่าขอเวลาช่วงหนึ่งเพื่อให้คนไทยได้ดูแลตัวเอง

วันเดียวกัน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้านให้ปิดด่านผ่อนปรนทุกแห่ง ส่วนด่านถาวรหากมีความเป็นต้องเปิดเหลือจังหวัดละ 1 แห่งเท่านั้น สำหรับจังหวัดเชียงรายที่มีพรมแดนติดหลายประเทศเพื่อนบ้านให้เหลือประเทศละ 1 ด่าน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ