เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2563 นายแพทย์สกานต์ บุญนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ เปิดเผยถึงแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบ่งผู้ป่วยเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มไม่มีอาการ ร้อยละ 20 จะสังเกตอาการ 2-7 วัน จะให้อยู่ในหอผู้ป่วยเฉพาะหรือโรงพยาบาลสนาม จนครบ 14 วัน หลังจากนั้นจะตรวจเชื้ออีกครั้ง ซึ่งถ้าหากไม่พบเชื้อ จะให้กลับบ้าน ระหว่างที่ผู้ป่วยอยู่บ้านต้องแยกตัวเองออกมาจากครอบครัวเป็นเวลา 1 เดือน
2. กลุ่มที่มีอาการไม่รุนแรง ร้อยละ 65 ลักษณะอาการคล้ายไข้หวัด กลุ่มนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ไม่มีปัจจัยเสี่ยง จะรักษาตามอาการ พิจารณาการให้ยาต้านไวรัสตามอาการของแต่ละคน ประมาณ 2-7 วัน เมื่ออาการดีขึ้นจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนามให้มีสังเกตอาการจนครบ 14 วัน ส่วนคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัวเช่น โรคตับแข็ง โรคไตวายเรื้อรัง โรคภูมิคุ้มกันต่ำ โรคเบาหวาน เป็นต้น ขณะที่ ผู้สูงอายุเกิน 70 ปี และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ทางแพทย์จะให้ยารักษา และเอ็กซ์เรย์ปอด หากพบว่า ปอดไม่ติดเชื้อแล้ว จะส่งไปสังเกตอาการต่อที่โรงพยาบาลสนามอีก 14 วัน
3.กลุ่มที่มีอาการปอดอักเสบแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มที่ปอดอักเสบไม่รุนแรง ร้อยละ12 จะให้ยารักษาในโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มปอดอักเสบรรุนแรง ร้อยละ 3 จะรักษาในห้องไอซียู ควบคู่กับการให้ยารักษา
นายแพทย์สกานต์ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จะถูกทำการรักษาจนเชื้อหายจึงจะสามารถกลับบ้านได้ โดยผู้ป่วยที่ได้รับอนุญาติให้กลับบ้าน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องแยกตัวเองจากบุคคลใกล้ชิด ไม่ใช้ของร่วมกันกับผู้อื่น เป็นเวลา 1 เดือน ในส่วนของ ยาฟาวิพิราเวียร์ มีความคืบหน้า โดย กระทรวงสาธารณสุข มีแผนการจัดหา นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น 2 แสน 40,000 เม็ด แบ่งเป็น เมื่อวันที่ 30 เมษาย รับมาแล้ว 40,000 เม็ด ซึ่งจะกระจายไปในพื้นที่ กทม. 18,000 เม็ดกระจายไปต่างจังหวัด อีก 18,000 เม็ด ส่วนอีก 4,000 เม็ด จะเก็บไว้ในส่วนกลางเผื่อฉุกเฉินภาย และ ภายในเดือนเมษายน จะรับอีก 200,000 เม็ด จากประเทศจีน อีก 100,000 เม็ด ภายในเดือนเมษายนเช่นเดียวกัน
ขณะที่ การรักษาพยาบาล ทั่วประเทศมีเตียง 120,000 เตียง แต่แบ่งไว้ประมาณ 10,000 เตียงในการรองรับรักษาผู้ป่วย ส่วน กทม. มีประมาณ 1,000-2,000 เตียง โดยมีคนไข้ติดเชื้อรักษาใน กทม. 700 คน และเครื่องช่วยหายใจ กทม. มีประมาณ 300 เครื่อง ใช้ไปแล้ว 20 เครื่อง และต่างจังหวัด 1000 เครื่อง
ด้านโรงพยาบาล ศิริราช เมื่อวาน (31 มี.ค.63) มีการแถลงข่าว โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์มนศักดิ์ ชูโชติรส รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ระบุว่า ที่ศิริราช ที่ตอนนี้มี 3 โรงพยาบาล ได้แก่ ศิริราชพยาบาล ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก และโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ มีศักยภาพรับผู้ป่วยได้ 102 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วย 70 คน เป็นคนไข้หนัก 6 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ ยังถือว่า จำนวนเตียงกับจำนวนผู้ป่วยยังรับได้อยู่ แต่ศิริราช ก็มีศักยภาพรองรับได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 16-25 เตียงก็จะเต็มศักยภาพ หากมีผู้ป่วยมากขึ้น จะมีการเพิ่มขยายเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป