วันนี้ 9 เม.ย. 2563 พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวหลังตำรวจกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าหน้ากากอนามัยเกินราคา ซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน และทำกำไรเข้ากระเป๋าของตัวเองได้จำนวนมาก
จากการขยายผลจับกุมนายพันธ์ยศ ที่คอนโดมเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเพชรเกษมวานนี้ ตำรวจพบว่า นายพันธ์ยศ เป็นผู้รวบรวมหน้ากากอนามัยที่ไม่ได้คุณภาพมาบรรจุใส่กล่องของตัวเอง โดยมีนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ บอย เป็นคนจักส่งมาให้ ก่อนกระจายไปยังนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคภราดรภาพ เป็นผู้บรรจุและส่งจำหน่าย ซึ่งตำรวจกำลังขยายผลและขออนุมัติหมายจับกุมแล้ว
“อัจฉริยะ” แจ้งความปอท.เอาผิด “เสี่ยบอย” กักตุนหน้ากาก
และยังพบว่านายพันธ์ยศ รับซื้อและส่งขายหน้ากากอนามัยมาแล้วหลายครั้งวันที่ 7 ก.พ.2563 ขายไปจำนวน 1 แสนชิ้น เป็นเงิน 1 ล้าน 3 แสนบาท วันที่ 9 ก.พ. ซื้อหน้ากากอนามัย 70,950 ชิ้น เป็นเงิน 6 แสน 2 หมื่นบาท
จากนั้นวันที่ 14 ก.พ. ขายหน้ากากอนามัย 64,800 ชิ้น เป็นเงิน 1 ล้านบาท และมีการซื้อมาขายไป ทำกำไรอย่างต่อเนื่อง และยังขายลิขสิทธิ์กล่องหน้ากากอนามัยให้อื่นภายใต้ชื่อบริษัทต่างๆ เช่น ไทย เฮลท์ แมสก์ เซ็นสิแมสก์ พันธ์ยศแมสก์ ไทย และ ไบโอ แมสก์ เป็นต้น
“เด็กพปชร.” ร้อง ปอท.สอบ เพจ“แหม่มโพธิ์ดำ”
เบื้องต้นนายพันธ์ยศ ซื้อหน้ากากอนามัยมาแล้วกว่า 5 แสนชิ้น ขายหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 6 แสนชิ้น มีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 14 ล้านบาท จึงออกหมายจับในความผิดฐาน จงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร เกิดความปั่นป่วนของราคาสินค้า และเป็นผู้ผลิตไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิตต่อกรมการค้าภายใน
ขณะที่นายอานนท์วัฒน์ รับสารภาพว่า ขายหน้ากากอนามัยให้นายพันธ์ยศ พร้อมอ้างได้รับได้กำไรชิ้นละ 10 สตางค์เท่านั้น ส่วนนายพันธ์ยศ หลังถูกจับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และตำรวจปล่อยตัวไป เพราะไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และหากพบว่ามีความผิดอื่นเพิ่มเติมจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง
“แหม่มโพธิ์ดำ” ส่งจม.เปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่”
ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับกรณีเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” แชร์เฟซบุ๊กการไลน์ขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ของเสี่ยบอย ซึ่งเข้าข่ายความผิดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จนั้น พล.ต.ต.ปัญญา ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใครเป็นแหม่มโพธิ์ดำ
สำหรับภาพรวมการกวาดล้างกลุ่มทำผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายเกินราคา กักตุน หรือทำผิดกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วันที่ 4 ก.พ.- 8 เม.ย. หลังประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมพบผู้กระทำความผิด 328 ราย ของกลางกว่า 2 ล้าน 5 แสนชิ้น และอุปกรณ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหาย 71 ล้านบาท
ด้านเพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ข้อความว่า รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นคนเสี่ยงนำข้อมูลมาเปิดเผย เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และแค่แคปสิ่งที่นายบอยโพสต์ มาลงในช่องความคิดเห็นเท่านั้น และมีเจตนาอย่างเดียวคือช่วยประเทศชาติในขณะที่ขาดแคลนหน้ากากอนามัย และตำรวจก็สามารถขยายผลจับกุมขบวนการนี้ได้
แหม่มโพธิ์์ดำ โพสต์ในทำนองตัดพ้อด้วยว่า สุดท้ายกลายเป็นคนทำผิดเสียเอง "นี่หรือคือการตอบแทน"
หลังจากนั้นในสังคมโซเชียลโดยเฉพาะทวิตเตอร์ ต่างแห่ติดแฮทแทค # saveแหม่มโพธิ์ดํา จนติดอันดับหนึ่งในเทรนด์ทวิตเตอร์
เพจดัง แฉ คนใกล้ชิดรมต. กักตุนหน้ากากอนามัย ประกาศขายเป็นล้านชิ้น
พบลูกน้อง“พันธ์ยศ”โพสต์ขายหน้ากากล็อตใหญ่ เย้ยรัฐบาล
เปิดตัวละครใหม่ อดีตผู้สมัครภราดรภาพ ร่วมกักตุนหน้ากากอนามัย
ปคบ.บุกจับ“พันธ์ยศ”คดีกักตุน-ค้าหน้ากากอนามัย