นี่เป็นข้อมูลจาก นายธนพงษ์ สุวรรณศรี คนขับรถแท็กซี่ ที่ให้ข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า รู้สึกผิดหวังที่ระบบลงทะเบียนใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com แจ้งกลับว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือ เพราะเป็น “เกษตรกร” ทั้งที่ตัวเองยึดอาชีพขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯมากว่า 20ปี และไม่เคยลงมือทำการเกษตร
คนขับรถแท็กซี่รายนี้เปิดเผยว่า ช่วงนี้ได้รับความร้อนอย่างหนัก หาเงินได้วันละ 100-200 บาทเท่านั้น เพราะ ช่วงเวลาขับลดและคนออกจากบ้านน้อยลง หลังรัฐบาลประกาศ ใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ห้ามประชาชนออกจากบ้าน 4ทุ่ม ถึง ตี4
10 อาชีพไม่ได้แน่ "5,000 บาท เยียวยาโควิด-19"
ปัญหาคล้ายกันนี้ยังเกิดขึ้นกับ “ธัณย์สิตา สิทธิกรพูนศิริ” ช่างเสริมสวย ย่านบางปู จังหวัดสมุทรปราการ หลังระบบแจ้งว่าเธอเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ เธอเล่าพร้อมน้ำตาว่า ขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รายได้หายไปทั้งหมด เพราะปิดร้านตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ตามคำสั่งของรัฐบาล ซึ่งวินาทีที่รู้ว่าไม่ผ่านเกณฑ์เยียวยาเธอร้องไห้ และคิดสั้น เพราะรู้สึกท้อแท้
“ธัณย์สิตา” เล่าอีกว่า ขณะนี้ต้องจำนำสร้อยคอทองคำ 1 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายจุนเจือครอบครัว และจ่ายค่าเช่าร้าน รวมถึงหนี้สินต่างๆ เธอระบุอีกว่า เงินเก็บที่มีอยู่อาจใช้ได้ถึงสิ้นเดือนนี้ หากไม่ได้รับเงินเยียวยา คงต้องขายเครื่องมือทำมาหากิน อย่าง อุปกรณ์เสริมสวยต่างๆที่มีในร้านมาประทังชีวิตต่อไป
ก.คลัง ร้อง ตร.เอาผิดผู้กรอกข้อมูลเท็จ รับเยียวยา 5,000