การประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา ครั้งที่ 7/2563 หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่เป็นการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ได้ข้อสรุปว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ สถานการณ์โควิด-19 เป็น เหตุสุดวิสัยตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ซึ่งทำให้ต้องมีการแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อปลดล็อกให้สามารถ นำเงินใน กองทุนประกันการว่างงาน มาดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการที่นายจ้างปิดกิจการชั่วคราว
นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม บอกว่า หลังจากนี้ บอร์ดฯ จะจัดทำรายงานผลกระทบวินัยทางการเงิน การคลัง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (15-04-63) ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันศุกร์นี้ จากนั้นจึงจะนำเงินกองทุนประกันการว่างงาน ที่มีอยู่ 1.6 แสนล้านบาท มาใช้เยียวยาได้
ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้ลูกจ้าง คาดว่าเร็วที่สุดจะสามารถโอนได้ภายในวันจันทร์ที่ 20 เมษายนนี้ แบ่งออกเป็น 2 ล็อต ล็อตแรก คือ กลุ่มที่รัฐฯสั่งปิดกิจการ ส่วนกลุ่มที่นายจ้างปิดกิจการเองชั่วคราว ก็จะทยอยได้รับในลำดับถัดไป ตามคิวการลงทะเบียนของนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม
สำหรับเกณฑ์ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาจากการที่นายจ้างปิดกิจการชั่วคราว โดยจะรับเงินชดเชยอยู่ที่ประมาณ 62% จากฐานเงินเดือนที่ส่งเข้าระบบประกับสังคมสูงสุด 15,000 บาท เท่ากับว่า จะได้รับเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 9,300 บาทต่อเดือน ตลอดระยะเวลาที่ได้รับกระทบ แต่ไม่เกิน 3 เดือน
สำนักงานประกันสังคม จึงขอให้นายจ้าง ลงทะเบียนเพื่อรับรองการหยุดงานของลูกจ้างจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ที่ เว็ปไซต์ www.sso.go.th ซึ่งปัจจุบันมีนายจ้างเพียง 37,000 แห่ง หรือ คิดเป็นลูกจ้างราว 800,000 คนเท่านั้น ที่แจ้งความประสงค์ของรับสิทธิประโยชน์ต่างๆเข้ามา
ผู้ประกันตน ‘ม.39- ม.40’ เข้าข่ายรับเงินเยียวยา ‘โควิด-19’ 5,000 บ.