ภาพสวนสัตว์ในเยอรมนีที่ควรแออัดและคับคั่งในวันหยุดอีสเตอร์ที่ผ่านมากลับไม่ปรากฏให้เห็นในปีนี้ ทำให้รายได้ของสวนสัตว์ลดลงอย่างมากจนต้องขอรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง เป็นผลกระทบจากการล็อกดาวน์เพื่อสกัดโควิด-19
เวเรนา คาสปารี (Verena Kaspari) ผู้อำนวยการสวนสัตว์นอยมุนสเตอร์ (Neumünster Zoo) ทางภาคเหนือของเยอรมนี ยอมรับว่า แม้แต่สัตว์บางตัวอาจจะต้องกลายเป็นอาหารให้กับสัตว์ตัวอื่นในไม่ช้า หากสวนสัตว์ต้องการอยู่รอดต่อไป
“เรามีรายการสัตว์ที่เราจะต้องสังหารก่อนแล้ว” คาสปารีบอกกับสื่อท้องถิ่น
ผอ.สวนสัตว์กล่าวว่า การฆ่าสัตว์บางชนิดเพื่อให้สัตว์อื่น ๆ สามารถมีชีวิตได้จะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น และถึงแม้จะฆ่าสัตว์บางชนิดไปเป็นอาหารแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเงินได้อยู่ดี
คาสปารีบอกว่า สัตว์กลุ่มแรกที่อาจจะอยู่ในรายการสังหารได้แก่ แมวน้ำและนกเพนกวิน ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความต้องการปลาสดเป็นจำนวนมากทุกวัน “ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ ฉันยอมการุณยฆาตพวกมันดีกว่าจะปล่อยให้พวกมันอดอาหารจนตาย ที่เลวร้ายที่สุดเราอาจจะต้องเปลี่ยนพวกมันเป็นอาหารสัตว์แก่คนอื่น”
เสือในสวนสัตว์ของนิวยอร์ก มีผลทดสอบโควิด-19 เป็นบวก
คาสปารีเล่าว่า สวนสัตว์นอยมุนสเตอร์เป็นของสมาคมสวนสัตว์แห่งชาติเยอรมนี (VdZ) ซึ่งความช่วยเหลือของกองทุนฉุกเฉินของรัฐสำหรับธุรกิจขนาดเล็กครอบคลุมไม่ถึง เธอคาดการณ์ว่าสวนสัตว์สูญเสียรายได้ไตรมาสนี้ประมาณ 175,000 ยูโร (ราว 6.2 ล้านบาท)
นอกเหนือจากการขอรับบริจาคจากสาธารณะแล้ว VdZ และสวนสัตว์หลายแห่งในเยอรมนียังขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลของ อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยขอเงิน 100 ล้านยูโร (ราว 3.5 พันล้านบาท)
VdZ ระบุว่าสวนสัตว์มีความจำเป็นแตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ เพราะไม่สามารถหยุดการดำเนินงานได้ ยังคงต้องให้อาหาร ดูแลสัตว์ ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น
ยอร์ก จอนฮอยด์ (Jörg Junhold) หัวหน้า VdZ กล่าวว่า การปิดสวนสัตว์นั้น โดยเฉลี่ยมีรายได้หายไปประมาณ 500,000 ยูโร (ราว 17.9 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
ขณะที่บางสวนสัตว์ในเยอรมนี เช่น สวนสัตว์เบอร์ลิน (Berlin Zoo) เริ่มปรับตัวโดยการไลฟ์ถ่ายทอดชีวิตสัตว์ในสวนสัตว์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อขอรับเงินบริจาค
ปัจจุบัน เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมจำนวน 131,100 ราย ผู้เสียชีวิต 3,261 ราย
เรียบเรียงจาก BBC