อดีตหญิงไร้บ้านคนนี้เล่าให้ทีมข่าวพีพีทีวีฟังว่าเมื่อก่อนเธอเคยเป็นคนเร่ร่อน อาศัยนอนพักที่สนามหลวง แต่เจ้าหน้าที่พาเข้ามาอยู่ที่บ้านมิตรไมตรีอ่อนนุชได้หลายปีแล้ว
คนไร้ที่พึ่งที่อาศัยอยู่ข้างในมีประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ และมีโรคประจำตัว เช่นเดียวกับเธอที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสามมาหลายปี ทำให้ไม่มีใครรับทำงานประจำ จึงประกอบอาชีพได้เพียงรับจ้างรายวันเท่านั้น
แม้จะอยู่ในช่วงโควิด-19 ระบาด แต่หญิงรายนี้บอกว่าก่อนหน้านี้ เธอยังพอเหลืองานรับจ้างให้ทำอยู่บ้าง จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหมอตรวจพบว่าเธอติดเชื้อในสมอง ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ 7 วัน แม้ว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา แต่เธอต้องฉีดยาเองทุกวัน และยังมีอาการปวดศีรษะเมื่ออยู่กลางแดด ทำให้ไม่สามารถออกไปรับจ้างได้ จนเหลือเงินติดตัวเพียง 50 บาท จึงมาขอความช่วยเหลือผ่านทางผู้สื่อข่าว อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล เพราะตลอดเวลาที่เธออาศัยในบ้านมิตรไมตรีอ่อนนุช ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเลย
ด้านหญิงสูงอายุรายหนึ่งในบ้านมิตรไมตรี เปิดเผยว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ไม่มีคนจ้างงานมากว่า 1 เดือนแล้ว นอกจากนี้ เธอยังไม่ได้รับค่าจ้างจากงานสุดท้ายที่เธอทำเป็นเงิน 1,800 บาท โดยนายจ้างให้เหตุผลว่ายังไม่มีเงินให้ ทุกวันนี้เธอจึงใช้ชีวิตด้วยเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท หรืออาศัยซื้อของกินแล้วขอเซ็นต์ไว้ก่อน กับข้าวที่กินจึงเป็นพวกไข่ ปลากระป๋อง และมีพอกินเพียงวันละ 1-2 มื้อ โดยอาหารการกินทั้งหมดเธอต้องหาซื้อด้วยตัวเอง จึงอยากให้รัฐช่วยเหลือเรื่องอาหารด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับบ้านมิตรไมตรีอ่อนนุช เป็น 1 ใน 5 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่อยู่ในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ที่มีการประกาศเชิญชวนให้คนไร้บ้าน ไร้ที่พึ่ง และคนตกงาน สามารถไปพักได้ฟรี โดยจะมีอาหารให้ 3 มื้อ และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขดูแลให้ปลอดภัยจากโควิด-19 โดยเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา