ที่บริเวณท่าเทียบเรือด่านตำมะลัง อ.เมือง ทางการไทยใช้เรือหางยาวและเรือจากบรรทุกสินค้าจาก จ.สตูลไปรับแรงงานไทยกลับ เนื่องจากรัฐเคดาห์ไม่มีเรือมาส่ง ต้องข้ามจากรัฐเคดาห์ มาลงเรือที่รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็ไม่มีเรือมาส่งเช่นกัน ทางการไทยต้องใช้เรือหางยาวและเรือจากบรรทุกสินค้าจาก จ.สตูลไปรับแรงงานดังกล่าวกลับ 2 ชุด รวมทั้งหมด 15 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานประมงและค้าขาย ในจำนวนนี้เป็นชาวจ.ตรังจำนวน 11 คน ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดส่งไปยังจ.ตรัง เพื่อทำการกักตัว 14 วันต่อไป
ส่วนที่บริเวณด่านพรมแดนวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล มีแรงงานไทยเดินทางกลับเข้ามา จำนวน 29 คน ด้านนายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองสตูล ได้ชี้แจงขั้นตอนการตรวจและทำความเข้าใจถึงระบบการคัดกรองและการส่งตัวไปที่ค่ายกักตัวในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจพร้อมปฏิบัติตามข้อชี้แนะของทางอำเภอ สำหรับคนไทยที่เดินทางกลับวันนี้ ทั้ง 2 ด่าน มีจำนวนรวม 44 คน
ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีแรงงานไทยเดินทางกลับประเทศมาเลเซีย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง 3 ครั้ง 5 ขั้นตอน ทั้งวัดอุณหภูมิของร่างกาย สอบประวัติ และนำสิ่งของสัมภาระไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งตลอดทั้งวันมีกลุ่มคนไทยทยอยเดินทางข้ามด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อย่างต่อเนื่อง จำนวน 48 คน จากรายชื่อที่ลงทะเบียนไว้ 91 คน เนื่องจากบางคนเอกสารไม่ครบ ซึ่งจากการตรวจคัดกรอง ไม่พบเชื้อโควิด-19 เจ้าหน้าที่ได้จัดขึ้นรถยนต์นำส่งตามภูมิลำเนา
สำหรับขั้นตอนการเดินทางกลับประเทศไทย จากรัฐยะโฮห์บารู ถึงด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก มีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร จะมีเจ้าหน้าที่สถานทูตทำการตรวจสอบหลักฐานเอกสาร ของคนไทยก่อนขึ้นรถบัส โดยได้จัดที่นั่งในระยะห่าง เบาะเว้นเบาะ ซึ่งในแต่ละคันสามารถโดยสารได้เพียง 16 คนเท่านั้น เป็นการป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดโควิด 19 เมื่อเดินทางถึงด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก็มีนายอำเภอสุไหงโก-ลก และนายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เดินทางไปรับกลับ
ด้านตัวแทนกลุ่มคนไทยที่เดินทางจากรัฐยะโฮห์บารู ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า รู้สึกดีใจ และ ขอบคุณสถานกงสุลไทยและเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกท่าน ที่ช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซียได้เดินทางกลับบ้าน
บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา มีคนไทยในมาเลเซียเดินทางกลับ 102 คน เจ้าหน้าที่มีมาตรการคัดกรองเข้มข้นเช่นกัน ตั้งแต่ขั้นตอนจะฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อร่างกายและกระเป๋าสัมภาระ ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับลงทะเบียนไว้หรือไม่ ทำการวัดไข้ จากนั้นจึงค่อยเข้าสู่กระบวนการตรวจหนังสือเดินทางและคัดแยกภูมิลำเนา หากพบมีไข้สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียล จะถูกส่งตัวยังโรงพยาบาลสะเดา และโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อทำการเพาะเชื้อว่า ป่วยโควิด19 หรือไม่ ส่วนผู้ที่อาการปกติก็จะนำเข้าสู่กระบวนการกักตัว14 วัน ตามภูมิลำเนาของแต่ละคนทั้งสงขลาและ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนจังหวัดอื่นๆได้เตรียมสถานที่กักตัวไว้ที่โรงแรมสาธิตแกรนด์วิว และโรงแรมเอ็มโซโฮ ชายแดนไทยมาเลเซีย
สำหรับด่านพรมแดนสะเดา มีคนไทยที่ได้ลงทะเบียนไว้กับสถานกงสุลไทยในมาเลเซีย ประมาณ 1,500 คน