เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพราะไม่มีรายได้ และ มีภาระค่าใช้จ่าย ทำให้หญิงสาวรายหนึ่ง ตัดสินใจมารับของแจกที่สวนลุมพินี ในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคนไร้บ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ปักหลักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วประมาณ 100 คน โดยเธอเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เคยเปิดร้านขายไก่ปิ้งรายได้วันละ 300-400 บาท แต่หลังมีมาตรการเข้มข้น ทำให้ไม่มีรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างยังเหมือนเดิม จึงต้องออกมารับข้าวแจก และกลับเข้าบ้านในช่วงเย็น โดยรับข้าวแจกที่นี่มา 1 สัปดาห์แล้ว และจะพาคนในครอบครัวมาด้วย แม้มีความเสี่ยงเพราะอยู่รวมกับคนหมู่มาก ไม่สะดวกสบาย และต้องแย่งของกับคนอื่น แต่อย่างน้อย ก็มีข้าวกินทั้งครอบครัว
ทั้งนี้แต่จากการควบคุมไม่ให้ประชาชนเข้ามาแจกข้าวโดยตรง เพราะไม่ใช่พื้นที่ประกาศเป็นจุดแจกของของ กทม. ทำให้คนกลุ่มนี้เริ่มได้รับความเดือดร้อน เข้าถึงข้าวแจกน้อยลง จึงเรียกร้องให้เปิดให้ประชาชนมาแจกข้าวได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ส่วนที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ใกล้สนามหลวง เป็นจุดหนึ่งที่ กทม.ประกาศให้เป็นจุดแจกของ มีการจัดระเบียบค่อนข้างดี เช่น วางกรวยเพื่อเว้นระยะห่าง ต่อแถวรับของ จากการสังเกตคนที่มารับของแจกมีทั้งคนที่ประกอบอาชีพแต่งกายคล้ายคนขับแท็กซี่ แต่งกายคล้ายคนขับวิน และเป็นแม่บ้านของสถานที่ราชการต่าง ๆ ไม่ใช่มีแค่คนไร้บ้านเท่านั้น
ผู้ที่มาแจกข้าว เล่าว่า เดิมตั้งใจจะไปแจกข้าวที่สวนลุมพินี แต่ไม่สามารถแจกได้ เพราะมีขั้นตอนยุ่งยาก จึงขับรถมาที่พระแม่ธรณีบีบมวยผม เพราะทราบว่าสามารถเข้ามาแจกของได้ ส่วนที่มีคนจำนวนหนึ่งไม่ใช่คนไร้บ้าน มีอาชีพทำ มารอรับข้าวแจกด้วย เธอมองว่าทุกคนล้วนได้รับความเดือดร้อน จึงต้องการช่วยเหลือ เท่าที่ทำได้
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย และตำรวจ วันนี้ลงพื้นที่สวนลุมพินี เพื่อสำรวจความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลือด้านอาหาร หากใครต้องการที่พัก สามารถย้ายเข้าบ้านพัก ที่ พม.จัดเตรียมไว้ได้ทันที
ส่วนผู้ที่สมัครใจเข้ามาอยู่ในบ้านพักของ พม. นางพัชรี อาระยะกุลรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า จะมีการคัดกรอง เพื่อตรวจหาโรคติดต่อ จำนวน 5 โรค และเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยคนอื่น จะต้องกักตัวคนกลุ่มนี้ให้อยู่ในที่พักก่อน 14 วันแรก
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการ “พม.เราไม่ทิ้งกัน” ชุมชนปลอดภัยสู้ โควิด-19 นางพัชรี ระบุว่า จากการลงพื้นที่สำรวจชุมชนในกรุงเทพฯ 120 ชุมชน จาก 286 ชุมชน พบว่าส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือด้านเงิน และด้านการอุปโภคบริโภค โดยวันนี้ พม.ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพให้กับกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเร่งด่วน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ