เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2563 วันนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เพิ่มขึ้น 81,085 คน ยอดรวมสะสมแล้ว 2,715,614 ล้าน ผู้ป่วยอาการหนักอยู่ที่ 58,678 คน รักษาหายแล้ว 744,451 คน เสียชีวิตเพิ่ม 6,401 คน รวมเสียชีวิตสะสม 190,422 คน
โดยสถานการณ์ที่หนักที่สุด อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พบผู้ติดเชื้อวันนี้วันเดียวเพิ่มขึ้นถึง 31,210 คน ทำให้ผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 88,204 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2,169 ยอดเสียชีวิตสะสม 49,845 คน เช่นเดียวกับประเทศสเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน และประเทศอังกฤษ ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในหลักพันคน
ขณที่ประเทศอาเซียน ประเทศที่น่าห่วง คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย โดย สิงคโปร์ วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,037 คน ญี่ปุ่นพบเพิ่ม 418 คน และอินโดนีเซียพบเพิ่ม 357 คน หรือมาเลเซีย ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 71 คน
สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 15 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 2,854 คน กลับบ้านเพิ่มขึ้น 60 คน รวมรักษาหายแล้ว 2,490 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 314 คน ยอดเสียชีวิต 50 คน
ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระบุว่า แม้สถานการณ์ในประเทศไทยจะเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวัง การ์ดจะตกไม่ได้ ขณะนี้มีคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจเอกชน และมีเลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน กำลังหารือว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอะไรที่จะทำได้ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปจะมีการนำเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ต่อจากนั้นจะเสนอไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา
อย่างไรก็ตาม โฆษก ศบค. ย้ำว่า แม้จะมีการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ แต่การควบคุมการระบาดของโรค ก็ยังมีความสำคัญ ทั้งการรักษาชีวิตคนในครอบครัว ไปจนถึงเรื่องงบประมาณ เพราะผู้ป่วย 1 คน ต้องใช้เงินรักษาถึง 1 ล้านบาท
โดยขณะนี้ยังพบผู้ป่วยกลุ่มก้อน อยู่ 5 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และ ชุมพร ซึ่งที่จังหวัดชุมพร ผู้ป่วยกลุ่มก้อนที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ไปติดเชื้อต่อ ๆ กันใน หอพักผู้ป่วยหญิงในโรงพยาบาล จนตอนนี้มีผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้แล้ว 20 คน (ถ้ายังจำกันได้ คือมีผู้คุมเรือนจำที่ไปเฝ้าคนไข้ แล้วติดเชื้อด้วย 2 คน) และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน จึงอยากให้ระวังผู้ป่วยกลุ่มก้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ตอนนี้ยังอยู่โซนสีแดง เคยมียอดสูงขึ้นแล้ว 3 ยอด คนกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยกันอย่าทำให้มียอดที่ 4 ยอดที่ 5 เกิดขึ้น
"ประยุทธ์" ชี้สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลกยังหนัก ย้ำไทยห้ามประมาท
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการเป็นประธานส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิต ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้กับ อสม. ระบุว่า แม้สถานการณ์ของไทยจะดีขึ้น แต่ไม่ควรประมาท
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้ส่งรายงานสถานการณ์ โควิด-19 ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว โดยลักษณะการผ่อนปรนจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ประชาชนมีเวลาได้ปรับตัว เพราะหลังจากนี้ จะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้แล้ว ทุกคนจะต้องมีวิถีชีวิตแบบ New Normal เน้นการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ทำงานจากที่บ้าน เป็นต้น
ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำสรุปข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 รวมถึงรายงานของกระทรวงสาธารณสุข เข้ามาสรุปในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอังคารหน้า และจะมีข้อสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จัดทำแผนการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ภายใต้เงื่อนไขต้องไม่เกิดการแพร่ระบาดซ้ำต่อไป
สำหรับสถานบริการที่น่าจะมีการผ่อนปรน ล่าสุด มีเอกสารของกรมควบคุมโรค ระบุถึงแนวทางการปฏิบัติตัวช่วง โควิด-19 ประกอบด้วย การรับประทานอาหารที่ร้าน การใช้บริการรถสาธารณะ การใช้บริการร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านเล็บ ศูนย์ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ร้านกาแฟแบบนั่งกินในร้าน (ร้านเปิดโล่ง ไม่ปรับอากาศ) การทำงานในบริษัท คลินิกรักษาสัตว์คลินิกแพทย์ คลีนิกทำฟันและการออกกำลังกายในที่สาธารณะ