เกิดเหตุสลดในวงการแพทย์สหรัฐอเมริกา เมื่อ ดร.ลอร์นา บรีน (Lorna Breen) วัย 49 ปี หัวหน้าฝ่ายคนไข้ฉุกเฉิน ศูนย์การแพทย์เออร์วิง มหาวิทยาลัยโคลอมเบียและโรงพยาบาลนิวยอร์ก-เพรสไบทีเรียน เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย คนในครอบครัวคาดว่าเกิดจากความเครียดในช่วง โควิด-19 ระบาดหนัก
อัปเดตสถานการณ์ โควิด-19 (Covid-19) ในวงการฟุตบอล วันที่ 29 เม.ย. 63
ดร.ลอร์นา บรีน เสียชีวิตในเช้าวันอาทิตย์ (26 เม.ย.) ที่ผ่านมา จากการฆ่าตัวตายในชาร์ลอตส์วิลล์ (Charlottesville) รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
ฟิลิป บรีน (Philip Breen) พ่อของแพทย์หญิง บอกว่า “เธอก้าวลงไปในสนามรบ และถูกศัตรูสังหารในแนวหน้า เธอรักนิวยอร์ก และไม่เคยคิดเรื่องการย้ายไปอาศัยที่อื่น เธอรักเพื่อนร่วมงานของเธอ และพยายามทำสิ่งที่เธอทำได้เพื่อพวกเขา ผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอพิเศษแค่ไหน”
ตัว ฟิลิป บรีน เอง เคยเป็นศัลยแพทย์ที่เกษียณแล้ว เขาบอกว่าตนเองและลูกสาวมักพูดคุยกันเรื่องงานอยู่เป็นประจำ ทำให้มองเห็นว่าเธอมีความเครียดสะสมไม่น้อยจากการทำงานสู้กับ โควิด-19 ในแนวหน้า
ลอร์นา บรีน เคยเล่าให้พ่อของเธอฟังว่า เพื่อนร่วมงานของเธอต้องทำงานต่อเนื่องกันถึง 18 ชั่วโมง และต้องนอนหลับอยู่บนทางเดิน
ตัวเธอเองทำงานอยู่ในแผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน และรับมือกับ โควิด-19 อยู่ในแนวหน้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รับมือกับผู้ป่วย โควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงนิวยอร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของสหรัฐฯ มีผู้ป่วยเกือบ 300,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 22,000 ราย
ก่อนหน้านี้ ลอร์นา บรีน ก็เคยติดเชื้อ โควิด-19 และใช้เวลา 1 สัปดาห์ครึ่งในการพักฟื้น แต่เมื่อเธอกลับมาทำงานในฐานะแพทย์อีกครั้ง เธอกลับไม่สามารถทำงาน 12 ชั่วโมงได้อีกต่อไป กระนั้นเธอก็ยังรู้สึกว่าเธอต้องกลับไปที่นั่น เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานของเธอ
กระทั่งเพื่อนแพทย์คนหนึ่งมาเยี่ยมบรีนที่บ้าน และบอกเธอว่า เธอควรกลับบ้านที่เวอร์จิเนียไปพักผ่อน เพื่อนและญาติบางคนช่วยกันโน้มน้าวให้เธอมายังชาร์ลอตส์วิลล์จนสำเร็จ
ต่อมา ลอร์นา บรีน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเนื่องจากสภาพร่างกายอ่อนเพลียเกินไปจนน่าเป็นห่วง
หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ลอร์นา บรีน ออกจากโรงพยาบาลมาอยู่กับแม่ และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอก็ไปอาศัยอยู่กับน้องสาวของเธอ และนั่นคือที่ที่เธอเสียชีวิตลง
ในวันอาทิตย์ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับสายแจ้งขอความช่วยเหลือ ก่อนนำเธอส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิต ดร.บรีน ไว้ได้
กรมตำรวจชาร์ลอตส์วิลล์กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เธอถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเพื่อรับการรักษา และชันสูตรพบภายหลังว่า บาดแผลทั้งหมดที่นำไปสู่การเสียชีวิตเกิดจากการกระทำของตัวเธอเอง”
ราแชลล์ แบร็กนีย์ (RaShall Brackney) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำชาร์ลอตส์วิลล์ กล่าวว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและเจ้าหน้าที่ในแนวหน้าไม่น้อย กำลังได้รับผลกระทบทางจิตใจหรือร่างกายจากการระบาดของ โควิด-19 ในปัจจุบัน เพราะในชีวิตประจำวัน ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ทำงานภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดที่สุด และ โควิด-19 ก็ยังคงก่อให้เกิดความเครียดอย่างไม่หยุดหย่อน”
ด้านโรงพยาบาลในนครนิวยอร์กซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของ ดร.บรีน กล่าวในแถลงการณ์ว่า “คำพูดไม่สามารถสื่อถึงความสูญเสียที่เรารู้สึกได้ในวันนี้ ดร.บรีน เป็นฮีโร่ที่ยึดอุดมการณ์การแพทย์ไว้สูงสุด และนำแนวคิดนั้นมาสู่พวกเราในแนวหน้าของแผนกฉุกเฉิน เราต้องการให้การสนับสนุนครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานของเธอ ในขณะที่พวกเขาต้องรับมือกับข่าวนี้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นพิเศษ”
เรียบเรียงจาก CNN