#เป็นเรื่องเป็นข่าว วันนี้ พูดคุยกับภาครัฐและเอกชนถึงความพร้อมในการขับเคลื่อน วิถีใหม่ หรือ New Normal หากมีการผ่อนปรนมาตรการกึ่งล็อกดาวน์
ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย กล่าวว่า ร้านทำผมนั้นขึ้นตรงกับกรมอนามัยของแต่ละท้องถิ่น ถ้าเป็นกรุงเทพมหานครก็จะขึ้นตรงกับกรมอนามัยของ กทม. นั่นหมายความว่าต้องรอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศเป็นทางการ ถึงจะเปิดบริการได้
ส่วนที่อนุญาตเฉพาะตัด สระ ไดร์นั้น ร้านทำผมต่าง ๆ ทำได้อยู่แล้ว ซึ่งคิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะที่ผ่านมาร้านทำผมก็ปฏิบัติเรื่องเหล่านี้กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย หรือเสื้อกาวน์ เพียงแต่ไม่ต้องการให้คนเข้ามาอยู่ในร้านนาน ๆ เท่านั้นเอง
ดร.สมศักดิ์ บอกว่า การทำผมของผู้หญิงคงไม่มีปัญหา แต่ผมผู้ชายจะยากนิดนึงเพราะมีมีดโกน ปัตตาเลียน โดนหนังศีรษะ อย่างไรก็ตามร้านตัดผมเราเตรียมไว้แล้ว โดยแบ่งเป็นเซกชั่นต่าง ๆ ทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคแบบแห้ง มีฉากกั้นรับลูกค้า หรือเฟซชิลด์ รวมทั้งมีบริการนัดจองลูกค้า ส่วนการเก็บเงินจะเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนช่างผมก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย เสื้อกาวน์ ส่วนผ้ายางรองคอเวลาสระ เราจะใช้พลาสติกหุ้มเพื่อใช้ต่อคนต่อครั้ง
"ที่สำคัญคือช่างทำผมต้องไม่ชวนลูกค้าคุยไร้สาระ จะคุยเฉพาะความประสงค์ของลูกค้า แล้วก็เวลาคุยต้องให้น้อยที่สุด แม่บ้านก็ต้องทำความสะอาดเก้าอี้ และไม่มีนิตยสารในร้านเพราะนิตยสารเป็นตัวแพร่เชื้อ"
ส่วนกรณีที่มีแพทย์แสดงความเห็นว่าการไดร์ผมถ้ามีเชื้ออยู่อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายนั้น ดร.สมศักดิ์ บอกว่า เดี๋ยวนี้มีไดร์แบบเป่าไม่กระจายก็ได้ ทำให้ผมเป็นลอนก็ได้ หรือต่างประเทศเขาแบ่งเป็นตัดก็ตัดอย่างเดียว สระผมก็อีกอย่างหนึ่ง ของเราอาจลดการไดร์ให้น้อยลง หรือปัดกระแสลมไปในทิศทางที่ไม่มีคนได้
ด้าน รศ.ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ว่า คาดว่าคงอีกไม่นาน ซึ่งการบังคับใช้ตามมติ ครม.คงเป็นต้นเดือน พ.ค. หมายความว่า ระหว่างแต่ละภาคธุรกิจคงมีเวลาปรับตัวหลายวันเพื่อรองรับการเปิดให้บริการ
"ทุกจังหวัดต้องรับมติ ครม.ในการผ่อนปรน อย่าง กทม.ที่มีการประชุมเมื่อเช้า หลายธุรกิจต้องไปคิดดูว่าของตัวเองจะมีมาตรการปลอดภัยอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องต้องเรียนรู้ ต้องฝึกให้เรียบร้อยเพราะเชื้ออาจจะอยู่กับเครื่องมือ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม"
รศ.ปณิธาน กล่าวถึงกรณีที่ว่าหากผ่อนผันมาตรการแล้วการปฏิบัติอาจไม่ตรงกับที่ภาครัฐให้แนวทางเอาไว้หรือมีการตีความการปฏิบัติไม่ตรงกับแนวทางที่กำหนดไว้ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมา ว่า เป็นเรื่องดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่จำเป็นคงไม่ทำ เพราะที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากแล้วว่าคดีเยอะ บางคดีก็ไม่สมควรต้องดำเนินคดี ใช้แค่การตักเตือน การให้ความรู้