แอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์แบบพ่น และเครื่องพ่นขนาด 20 ลิตร ที่ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต้นตาล อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เป็น 2 ใน 7 รายการ ที่ได้รับแจกจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ที่ซื้อผ่านโครงการจัดซื้อวัสดุและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท จากการสอบถาม อสม.ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พบว่า อุปกรณ์ทั้ง 2 รายการนี้ยังไม่เคยถูกใช้งานตั้งแต่รับแจกมา เพราะมีคำเตือนจากหน่วยงานสาธารณสุขว่า การฉีดพ่นแอลกอฮอล์75 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเครื่องฉีดพ่นขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงเกิดประกายไฟได้ จึงยังไม่กล้าใช้
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆอีก 5 รายการ ที่แจกโดย อบจ.สระบุรี เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ถุงมือ และแว่นตาใส มีประโยชน์มาก เพราะสามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สบายใจเพราะมีอุปกรณ์ป้องกันเพียงพอ โดยการตรวจสอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแต่งตั้งให้นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเป็นประธานกรรมการ และมีหน่วยงานสาธารณสุข มาร่วมเป็นกรรมการด้วย ซึ่งทั้งหมดจะทำหน้าที่ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริง และรายงานผลภายใน 30 วัน
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่าแม้ว่ายังไม่มีประชาชนเข้ามาร้องเรียน แต่จากนโยบายป้องกันและปราบการการทุจริต ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบได้ทันที ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว
ประเด็นที่ ป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบคือเรื่องราคาที่เหมาะสม ว่าการจัดซื้ออุปกรณ์และวัสดุมีราคาแพงเกินจริงหรือไม่ หรือหากมีราคาแพง ก็ต้องนำราคาไปเปรียบเทียบราคากับหน่วยงานต่างๆ เช่น การจัดซื้อของกระทรวงสาธารณสุข และช่วงเวลาที่จัดซื้อว่าอยู่ในช่วงสินค้าขาดตลาดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าราคาใกล้เคียงกัน ก็ต้องไปดูในรายละเอียดส่วนอื่น
ส่วนประเด็นแวดล้อมอื่นๆ ต้องไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อของทางราชการหรือไม่ เช่น การสืบราคาจากบริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่ราชการต้องการ หรือ การว่าจ้างเอกชนที่ไม่เคยรับงานราชการมาก่อน ประเด็นเหล่านี้สามารถสะท้อนเจตนาที่ผิดปกติได้
ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.สระบุรี ยอมรับว่า โครงการลักษณะนี้ อาจต้องให้ความเป็นธรรมกับทางราชการเช่นกัน เพราะหากเคร่งครัดมากเกินไป อาจทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ได้ เช่น หากไปเข้มงวดมากไปจนไม่สามารถจัดซื้ออุปกรณ์หรือ วัสดุที่จำเป็นต่อคนปฏิบัติงาน หรือประชาชน อาจทำให้ราชการไม่กล้าซื้อของ จนประชาชนเสียประโยชน์