นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า ภายหลังจากที่มีการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีประชาชนเข้าใช้บริการในสถานประกอบการ สถานที่ที่ได้รับการผ่อนคลาย ให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมพร้อมกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดเช่น การรับประทานอาหารในร้านอาหารการ ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น จึงขอให้จังหวัดดำเนินการ
1.จัดระเบียบแนวทางการปฏิบัติของสถานประกอบการ สถานที่ ที่ได้รับการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยกำชับผู้ประกอบการ ผู้จัดการสถานที่ว่าเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ผู้จัดการสถานที่ ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดโดยเคร่งครัด หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว อาจมีความผิดตามกฏหมายและถูกสั่งปิดสถานประกอบการ สถานที่นั้น
2.ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือจากประชาชนที่เข้าใช้บริการสถานประกอบการ สถานที่ ให้ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดโดยเคร่งครัด
และ3. กำชับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องให้กำกับติดตาม และบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจัดชุดเคลื่อนที่ไปสุ่มตรวจเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร หลังจากที่มีการผ่อนปรนเรื่องการจำหน่ายสุรา ให้เปิดจำหน่ายได้แต่ห้ามนั่งดื่มภายในร้านตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด พบร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ริมถนนเอกชัย ต.มหาชัย อ.เมือง ให้มีลูกค้านั่งดื่มสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 5 คนภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ที่นั่งดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้ง 5 คน พร้อมแจ้งข้อหามั่วสุมดื่มสุราในร้านอาหาร พร้อมกับคุมตัวเจ้าของร้านอาหารไปดำเนินคดี ในข้อหายินยอมให้ลูกค้านั่งบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านด้วย
ซึ่งมีความผิดดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ โดยได้นำตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป