หญิงท้องแก่รายนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตั้งแต่ที่เธอถูกโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการบังคับให้ออกจากงานเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เธอก็ยังไม่ได้รับค่าจ้างงวดสุดท้าย เป็นเงิน 10,710 บาท ทั้งที่พนักงานคนอื่นที่ยังทำงานอยู่ได้รับการผ่อนจ่ายเงินเดือนบางส่วนแล้ว
หญิงรายนี้เปิดเผยอีกว่า ตั้งแต่ที่ถูกเลิกจ้างโดยนายจ้างบังคับทำสัญญาจะให้เงินชดเชยครึ่งเดียว จาก 80,000 เหลือ 40,000 บาท เธอก็พยายามติดต่อเจ้าของโรงงานมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งไปยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยเต็มจำนวนที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.สมุทรปราการ จึงมีการประสานทางโรงงานบอกว่าให้รอเงินชดเชยภายใน 60 วัน ซึ่งเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ที่มาร้องเรียนกับทีมข่าวอีกครั้งในวันนี้เพราะเงินเดือนที่เธอควรจะได้รับกลับยังไม่ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอต้องการเงินเดือนเร็วที่สุด เพราะต้องรีบเคลียร์ค่าห้องและกลับบ้านเกิดในจังหวัดมุกดาหาร ให้ทันก่อนคลอดลูกชาย ซึ่งแพทย์คาดว่าน่าจะคลอดช่วงกลางเดือนนี้
หญิงสาวคนนี้ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.สมุทรปราการ ที่เป็นตัวกลางคอยประสานระหว่างเธอกับโรงงาน ยืนยันว่าทางโรงงานจะโอนเงินเดือนให้เธอในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากได้รับเงินก็จะรีบทำเรื่องขอย้ายโรงพยาบาลและเดินทางกลับบ้านเกิดทันที