วันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร และได้พบกับนางสาวศิริกาญจน์ คล่องดี นักพัฒนาการเด็กที่ดูแลผู้เสียหายอยู่ โดยนางสาวศิริกาญจน์ เปิดเผยว่า ได้รับเด็กหญิงวัย16 เหยื่อครูฉาวมาดูแลได้ 2 วันแล้ว โดยพื้นฐานทางบ้านของน้องไม่เชิงมีฐานะยากจน แต่พ่อแม่แยกทางกัน โดยวันแรกที่น้องเข้ามา มีอาการนอนไม่กลับ เครียดและต้องขอยากิน โดยเบื้องต้นสาเหตุที่วิตกเกี่ยวข้องกับคดี ทางเจ้าหน้าที่ของบ้านเด็กและครอบครัวครัวจังหวัดมุกดาหาร จึงพูดคุยและบอกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งตอนนี้ตัวน้องคนนี้ ไม่อยากพบใคร
ส่วนเรื่องของการดูแลกันต่อไป นางสาวศิริกาญจน์ นักพัฒนาการเด็ก ระบุว่า การเข้ามาอยู่ในบ้านพักเด็กแห่งนี้ เป็นความยินยอมและตั้งใจของเด็ก ทางบ้านพักไม่สามารถบังคับได้ แต่เมื่อเด็กตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ ทางบ้านพักสามารถดูแลหาที่เรียนใหม่ให้กับน้องได้ หากเด็กยังต้องการเรียนต่อ ซึ่งไม่ควรกลับไปเรียนที่เดิม
สำหรับเด็กหญิงอายุ 16 ปี เหยื่อรายที่ 2 นี้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในทางคดีตอนแรกในฐานะพยาน หลังยายของเพื่อน พาเพื่อนเธอเข้าไปแจ้งความเอาผิดกับ 7 ผู้ต้องหา และเมื่อสอบปากคำ ตำรวจกลับพบว่าเธอตกเป็นเหยื่อ
โดยพฤติการณ์ของ 7 ผู้ต้องหา ซึ่งประกอบด้วย ผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายวิพจน์ ครูคณิตศาสตร์ ผู้ต้องหาที่ 2 นายยุทธนา ครูคอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 3 นายอานุภาพ ครูวิทยาศาสตร์ ผู้ต้องหาที่ 4 นายสิทธินันท์ ครูสังคม ผู้ต้องหาที่ 5 นายเอกลักษณ์ ครูสังคม และผู้ต้องหาที่ 6 กับ ผู้ต้องหาที่ 7 คือ นายชนะศักดิ์ และ นายพีรพงษ์ เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน
โดยตามพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายให้การไว้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างน้อย 6 ครั้ง โดยครั้งที่นายวิพจน์ หลอกเหยื่อคนแรกที่เป็นหลายของยาย ไปกระทำชำเราครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2562 หลังจากนั้นผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายวิพจน์ก็กระทำเป็นประจำเดือนละ 1-2ครั้ง
ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลาเที่ยงตรง นายวิพจน์ ผู้ต้องหาที่ 1 นัดให้เหยื่อรายแรก มาหาที่บ้านพักครู และได้กระทำชำเรา 1 ครั้ง จากนั้นได้ให้ผู้ต้องหาที่ 4 คือนายสิทธินันท์ และผู้ต้องหาที่5 คือ นายเอกลักษณ์ กระทำชำเราจนสำเร็จคนละ 1 ครั้ง
ครั้งที่ 3 วันที่ 17 ม.ค.63 เวลาประมาณบ่ายโมงตรง ครั้งนี้เกี่ยวโยงกับนายอานุภาพ ผู้ต้องหาที่3 และนายยุทธนา ผู้ต้องหารายที่ 2 โดยพฤติการณ์ระบุว่า นายวิพจน์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้นัดหมายเหยื่อรายที่ 1 หลานของยาย และเหยื่อรายที่ 2 ซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 16 ปี ที่เข้าไปอยู่ในการดูแลของบ้านเด็กแล้ว มาพบที่บ้านพักครู และครูทั้ง 3 คน ร่วมกันกระทำชำเราเด็กทั้ง 2 คนในลักษณะสลับคู่ไปมา ซึ่งเบื้องต้นนายอานุภาพไม่ยอมรับเรื่องร่วมกระทำชำเรา แต่ยอมรับว่า ไปนั่งดื่มสุรากับกลุ่มครูจริง และเพื่อนครูได้โทรตามหญิงสาวมา 2 คน โดยไม่รู้ว่าเป็นใคร
ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่4 เกิดขึ้นวันที่ 2 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 4โมงเย็น นายวิพจน์ ผู้ต้องหาที่ 1 กระทำการกับเหยื่อรายที่ 1 ร่วมกับนายชนะศักดิ์ผู้ต้องหาที่ 6 และนายยุทธนา ผู้ต้องหาที่2
ครั้งที่5 เกิดขึ้นวันที่ 21 ก.พ.2563 เป็นนายวิพจน์ ผู้ต้องหาที่ 1 ที่เป็นตัวการสำคัญ และมีผู้ต้องหาที่ 7 นายพีรพงษ์เข้ามาร่วมด้วย โดยครั้งนี้กระทำกับเหยื่อรายที่ 1 เพียงคนเดียว
ครั้งที่ 6 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 ก็เป็นผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายวิพจน์ กระทำการกับทั้งเหยื่อรายที่ 1 และเหยื่อรายที่ 2 พร้อมกับ นายยุทธนา ผู้ต้องหาที่ 2
ทั้งหมดนี้ตำรวจ ยืนยันว่า เป็นสาเหตุให้ต้องแยกคดีออกเป็น 2 สำนวน เพราะมีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้แน่นหนาที่สุด เพราะเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ให้การปฏิเสธ และขอใช้สิทธิให้การในชั้นศาลเท่านั้น
โดยหลังจากแยกเป็น 2 สำนวนคดี ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน และจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับสำนวนดคีที่ 2 ซึ่งกระทำกับเด็กหญิงอายุ 16ปี อีกครั้ง หากไม่มาก็สามารถออกหมายจับตามขั้นตอนได้
ผบ.ตร.กำชับคดีครูข่มขืน นร. เน้นหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์