เป็นความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังถูกสื่อมวลชนถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับการฉายแสงเลเซอร์ พูดถึงการสลายการชุมนุมปี 2553 ตามสถานที่ต่างๆ แม้จะบอกว่าไม่เหมาะสม แต่พล.อ.ประยุทธ์ ปฎิเสธแสดงความเห็นว่า เรื่องนี้ขัดต่อกฎหมาย หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบ ว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ นอกจากนี้ยังมองว่า ช่วงเวลาที่ยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกคนควรรักและสามัคคีกัน เพื่อให้ผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ไม่อยากให้กลุ่มหรือฝ่ายใดสร้างความสับสนให้ประชาชน
ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันนี้เรียกประชุมตำรวจสืบสวนและตำรวจในพื้นที่ ที่รถตู้ฉายเลเซอร์ขับไปฉายเลเซอร์ใส่จุดต่างๆ พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง ซึ่งตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นเตรียมการเรียกบุคคลใดเข้ามาสอบปากคำ แต่ฝากถึงกลุ่มผู้ที่ยิงเลเซอร์ ให้ระมัดระวัง อย่าทำให้กลายเป็นความขัดแย้งของคนในชาติ
ด้าน พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ที่ประชุมยังไม่สรุปว่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดใดบ้าง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูล และอยากขอให้ประชาชนพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎ เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนั้น มีการดำเนินคดีไปแล้วหลายคดี บางคดีมีคำพิพากษาไปแล้ว บางคดียังอยู่ในชั้นศาล ไม่ควรใช้การแสดงออกบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสังคม
ทีมข่าวพีพีทีวี รวบรวมข้อมูลข้อกฎหมายต่างๆ วิเคราะห์ว่า การฉายเลเซอร์ไปในพื้นที่ต่างๆ แตกต่างจากการ พ่นหรือเพ้นข้อความในผนังอาคาร เพราะ หากเป็นการเพ้นอาคาร จะเข้าข่ายความผิด ตาม พระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ 2535 แต่การยิงแสงเลเซอร์ไม่ทำให้สกปรก
แต่หากดูข้อความที่แสดงพบว่าเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งอาจทำให้ถูกตีความว่าเป็นการยุยงปลุกปั่น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 116 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี
รวมถึง หลังยิงแสงเลเซอร์มีการโพสต์ภาพลงสื่อออนไลน์ หากตีความว่าเป็นความผิดก็อาจถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ด้วย
ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการรอตำรวจพิจารณาเนื้อหาข้อความที่คณะก้าวหน้าใช้ในการทำกิจกรรมฉายแสงเลเซอร์ รวมถึงพฤติการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวปรึกษากับทีมกฎหมายแล้วว่าไม่ผิด เพราะไม่ได้ทำให้สถานที่เสียหาย และดำเนินการช่วง 20.00-21.00 ไม่เกินช่วงเวลาเคอร์ฟิว ไม่ได้สร้างความวุ่นวายให้ประชาชน แต่ถึงแม้จะศึกษาข้อกฎหมายอย่างดีแล้ว แต่น.ส.พรรณิการ์ ก็ยอมรับว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐจะแจ้งความเอาผิดก็เชื่อว่าสามารถทำได้
ฝ่ายความมั่นคง สั่ง ตามตัวกลุ่มยิงข้อความ #ตามหาความจริง