ทนายวิรัช หวังปิติพาณิชย์ เปิดเผยว่า หากเรื่องที่ลุงแท็กซี่พูดออกมานั้นเป็นเรื่องโกหกผู้เสียหายสามารถที่จะไปแจ้งความในคดี ฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดเกิน 5 ปี ปรับเงินสูงสุด 100,000 บาท และผู้เสียหายสามารถเรียกเงินคืนได้ถือเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ
อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากกรณีลุงแท็กซี่จนจริงและเดือดร้อนจริงก็สามารถที่จะได้รับเงินบริจาคส่วนนี้ไป โดยอยากจะฝากให้ประชาชนติดตามคนที่เราบริจาคให้ว่าเขาได้ทำตามวัตถุประสงค์ของเราหรือไม่
ส่วนบ้านพัก ของนายสิทธิชัย ที่นายปรีชา ให้ข้อมูลว่าหลังนายสิทธิชัย ได้เงินจำนวน 8 ล้านบาทแล้ว ได้ย้ายออกทันทีทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเพื่อนบ้านของนายสิทธิชัย ย่านนิคมบางปู ได้ข้อมูลว่า นายสิทธิชัยและลูกชาย ได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่กลางเดือนเมษายน หลังจากมีนักข่าวช่องหนึ่ง ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง ที่ประชาชนบริจาค มาให้ที่บ้านพัก นายสิทธิชัยกับลูกชาย ก็ย้ายออกไปในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน แต่ไม่ได้ขนของออกไปด้วย และหลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นนายสิทธิชัยกับลูกชายอีกเลย มีเพียงหลานชายที่ยังอาศัยอยู่