Deke Arndt นักวิจัยของศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Centers for Environmental Information) บอกว่า มันคือความผิดปกติ เพราะอากาศร้อนขึ้นโดยที่ไม่มีปรากฏการณ์เอลนินโญ ทั้งที่มันคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิโลกที่ผ่านมาสูงขึ้น โดยจะเกิดขึ้นเฉลี่ยทุกๆ 5 ปี ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2016
แต่สาเหตุหลักที่ทำให้ปีนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ สาเหตุหลักมาจากสะสมการปล่อยมลพิษของมนุษย์ ก๊าซเรือนกระจกที่สั่งสมมา แม้ว่าอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลงไปบ้างช่วงที่เชื้อ ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดและทั่วโลกประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์
โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มี.ค.) ยุโรปและเอเชียอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย
ขณะที่ แถบแอนตาร์กติกมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงถึง 20 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก และที่หมู่เกาะกรีนแลนด์ ขั้วโลกอีกฝั่งหนึ่งก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียส
เรียบเรียงจาก : National Centers for Environmental Information