ระหว่างที่ตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวนายอรรฆเดช ขันน้อย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาในคดี “กรรโชกทรัพย์” เจ้าอาวาสวัดกมลาวาส ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พระโกหกว่าไม่ได้ดื่มสุรา ตนเองมีพยานหลักฐานเป็นคลิปที่พระยอมรับกับตนเองว่าดื่มสุราจริง พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้ขู่กรรโชกทรัพย์ตามที่มีการกล่าวอ้าง และพร้อมมอบหลักฐานให้ ก่อนตำรวจควบคุมตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม
โดยตำรวจกองปราบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยหนุมาน จับกุมตัว นายอรรฆเดช ในคดี “กรรโชกทรัพย์” เจ้าอาวาสวัดกมลาวาส อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ในอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างหลบหนี พร้อมยึดของกลาง รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ 1 คัน อาวุธปืน เสื้อผ้า กระเป๋า และมือถือ ที่ใช้ในวันก่อเหตุ
พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าก่อเหตุจริง โดยจะอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ชื่อผู้กองณัฐ และจะพกอาวุธปืน ไปด้วยเพื่อทำให้เหยื่อหลงเชื่อ และข่มขู่เหยื่อว่ากระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำหน่ายสุรา หรือ ดื่มสุรา โดยครั้งนี้มีการไปเรียกรับเงินเจ้าอาวาส ข่มขู่ว่า ขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด และขับรถชนคนบาดเจ็บ เรียกเงินจำนวน 250,000 บาท ได้ทองรูปพรรณ 2 บาท และเงินสดประมาณ 5,000 บาท จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเคยไปกรรโชกทรัพย์ประชาชน อีก 2 ราย ในลักษณะเดียวกัน
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 63 นายอรรฆเดช ได้ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบก์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส จังหวัดบุรีรัมย์ โดยอ้างตัวว่าเป็น “ผู้กองณัฐ” สังกัดตำรวจกองปราบปราม
จากนั้นได้พูดจาข่มขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล อายุ 63 ปี และพยามยามยัดข้อกล่าวหาว่า เจ้าอาวาสขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด และขับรถชนคนบาดเจ็บ โดยเรียกเงินจำนวน 250,000 บาท และมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่พระด้วย
ทั้งนี้ ตำรวจกองปราบเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายรายอื่นๆที่เคยตกเป็นเหยื่อ ให้แจ้งความในพื้นที่เพื่อเอาผิด ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หลายคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาก่อนจะคุมตัวส่งสถานีตำรวจท้องที่ สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหากรรโชกทรัพย์ต่อไป